- หน้าแรก
- บทความ
- กฎหมาย PDPA และภาษี
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล vs ผู้ประมวลผล: ร้านของคุณคือใคร
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล vs ผู้ประมวลผล: ร้านของคุณคือใคร
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลต่างกันอย่างไร เมื่อร้านใช้ระบบจองคิว LINE OA หรือระบบรับเงิน ใครรับผิดชอบอะไร และข้อตกลง DPA ควรมีเรื่องใดบ้าง

สารบัญ 9
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย การจำแนกบทบาทในแต่ละกรณีขึ้นกับข้อเท็จจริง โปรดปรึกษานักกฎหมายหรือดูแนวปฏิบัติของ สคส.
ร้านบริการยุคนี้ใช้เครื่องมือหลายตัวพร้อมกัน ระบบจองคิว LINE OA ระบบรับชำระเงิน อีเมล บางร้านยังมีโปรแกรมบัญชี คำถามสำคัญตาม PDPA คือ ใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และใครเป็นผู้ประมวลผล เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบต่างกัน บทความนี้อธิบายด้วยตัวอย่างจากร้านจริง พร้อมสิ่งที่ร้านควรตรวจในสัญญากับผู้ให้บริการ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือใคร
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (data controller) คือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล หลักจำง่าย ๆ คือ ใครเป็นคนตัดสินใจว่าจะเก็บอะไร และเอาไปใช้ทำอะไร คนนั้นคือผู้ควบคุม
ในร้านบริการ ร้านเป็นผู้ตัดสินใจว่า
- จะให้ลูกค้ากรอกอะไรตอนจอง
- จะถามประวัติแพ้ยาหรือไม่
- จะส่งข้อความเตือนนัดหรือโปรโมชัน
- จะเก็บประวัติลูกค้าไว้นานแค่ไหน
ดังนั้นสำหรับข้อมูลลูกค้าของร้าน ร้านคือผู้ควบคุม แม้ข้อมูลจะเก็บอยู่บนระบบของบริษัทอื่นก็ตาม
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลคือใคร
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (data processor) คือผู้ที่ดำเนินการกับข้อมูล ตามคำสั่งหรือในนามของ ผู้ควบคุม ไม่ได้ตัดสินใจวัตถุประสงค์เอง ตัวอย่าง
- ผู้ให้บริการระบบจองที่เก็บข้อมูลนัดหมายตามที่ร้านตั้งค่า
- ผู้ให้บริการส่ง SMS ที่ส่งข้อความเตือนนัดตามที่ระบบสั่ง
- ผู้ให้บริการคลาวด์ที่ให้พื้นที่เก็บข้อมูล
ผู้ประมวลผลมีหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน เช่น ประมวลผลตามคำสั่งเท่านั้น จัดให้มีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม และแจ้งผู้ควบคุมเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล
ตารางเปรียบเทียบหน้าที่หลัก
| เรื่อง | ผู้ควบคุม (ร้าน) | ผู้ประมวลผล (ผู้ให้บริการระบบ) |
|---|---|---|
| กำหนดวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล | ✓ | — |
| แจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวต่อลูกค้า | ✓ | สนับสนุนเครื่องมือ |
| เลือกฐานทางกฎหมาย / ขอความยินยอม | ✓ | สนับสนุนเครื่องมือ |
| ตอบคำขอใช้สิทธิ์ของลูกค้า | ✓ | ช่วยดำเนินการทางเทคนิค |
| มาตรการความปลอดภัย | ✓ | ✓ |
| แจ้ง สคส. เมื่อข้อมูลรั่วและเข้าเงื่อนไข | ✓ | แจ้งผู้ควบคุมโดยไม่ชักช้า |
| ประมวลผลตามคำสั่งเท่านั้น | — | ✓ |
| ลบหรือคืนข้อมูลเมื่อจบสัญญา | สั่งการ | ✓ |
บทบาทเดียวกันอาจเปลี่ยนตามข้อมูล
บริษัทเดียวอาจเป็นทั้งผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล ขึ้นกับว่าเป็นข้อมูลของใคร ตัวอย่างกับ NadQ
| ข้อมูล | ผู้ควบคุม | ผู้ประมวลผล |
|---|---|---|
| ข้อมูลลูกค้าของร้าน (การจอง ประวัติ แบบฟอร์ม ข้อมูลสุขภาพ) | ร้าน | NadQ |
| บัญชีเจ้าของร้านและพนักงาน การเรียกเก็บค่าบริการ บันทึกความปลอดภัย | NadQ | ผู้ให้บริการย่อย เช่น คลาวด์ อีเมล |
กล่าวคือ เมื่อพูดถึงข้อมูลลูกค้าของร้าน NadQ ทำหน้าที่ผู้ประมวลผลตามคำสั่งของร้าน แต่เมื่อพูดถึงข้อมูลบัญชีของเจ้าของร้านเอง NadQ เป็นผู้ควบคุม
ผู้ประมวลผลช่วงต่อ (sub-processor)
ผู้ให้บริการระบบมักใช้บริการอื่นต่ออีกทอด เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ส่ง SMS ผู้ส่งอีเมล หรือ LINE สำหรับส่งข้อความ ร้านควรรู้ว่ามีใครบ้าง ข้อมูลอะไรถูกส่งไป และอยู่ในประเทศใด เพราะการส่งข้อมูลออกนอกประเทศมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตาม PDPA
สำหรับ NadQ ข้อมูลหลักของระบบ ได้แก่ ฐานข้อมูล ข้อมูลสำรอง และไฟล์สลิป เก็บบนคลาวด์ในศูนย์ข้อมูลประเทศไทย ส่วน SMS ส่งผ่านผู้ให้บริการในไทย รายชื่อผู้ให้บริการย่อยและรายละเอียดอื่นอยู่ใน นโยบายความเป็นส่วนตัว
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) ควรมีอะไร
เมื่อร้านใช้ผู้ประมวลผล ควรมีข้อตกลงที่ครอบคลุมอย่างน้อย
- ขอบเขตและวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล และกลุ่มเจ้าของข้อมูล
- หน้าที่ประมวลผลตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
- การรักษาความลับของพนักงานผู้ประมวลผล
- มาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคและองค์กร
- เงื่อนไขการใช้ผู้ประมวลผลช่วงต่อ
- การช่วยเหลือร้านในการตอบคำขอใช้สิทธิ์และการแจ้งเหตุละเมิด พร้อมกรอบเวลา
- สิทธิตรวจสอบหรือรายงานการปฏิบัติตาม
- การคืนหรือลบข้อมูลเมื่อสิ้นสุดสัญญา
ใน NadQ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลรวมอยู่ในข้อกำหนดการให้บริการที่ร้านยอมรับตอนสร้างร้าน และ NadQ ตั้งเป้าแจ้งร้านภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อทราบเหตุละเมิดข้อมูลที่กระทบลูกค้าของร้าน เพื่อให้ร้านมีเวลาพอสำหรับการแจ้ง สคส. อ่านเพิ่มใน ข้อมูลลูกค้ารั่วต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมง
ตัวอย่าง: ร้านนวดที่ใช้ 4 ระบบพร้อมกัน
ตัวอย่าง ร้านนวดแห่งหนึ่งใช้ระบบจองคิว LINE OA ของร้าน ระบบรับชำระเงิน และ Google Sheet ที่ผู้จัดการทำเอง
- ระบบจองคิว ประมวลผลข้อมูลลูกค้าตามที่ร้านตั้งค่า เป็นผู้ประมวลผล ร้านตรวจ DPA และรายชื่อผู้ให้บริการย่อย
- LINE OA ร้านเป็นเจ้าของบัญชี OA และตัดสินใจส่งข้อความ ส่วน LINE มีนโยบายข้อมูลของตัวเองในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ร้านควรอ่านเงื่อนไขของ LINE ประกอบ
- ระบบรับชำระเงิน ร้านควรตรวจว่าข้อมูลบัตรหรือบัญชีไม่ผ่านมือร้านโดยตรง
- Google Sheet ที่ผู้จัดการทำเอง ร้านเป็นผู้ควบคุมเต็มตัว ต้องดูแลสิทธิ์การแชร์เอง และมักเป็นจุดเสี่ยงที่สุด
บทเรียนคือ ยิ่งข้อมูลกระจายหลายที่ ยิ่งดูแลยาก การรวมข้อมูลลูกค้าไว้ในระบบเดียวที่มีการกำหนดสิทธิ์ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
เช็กลิสต์สำหรับร้าน
- ทำรายการระบบทั้งหมดที่ข้อมูลลูกค้าผ่าน
- ระบุว่าระบบไหนเป็นผู้ประมวลผลของร้าน
- ตรวจว่ามี DPA หรือข้อกำหนดที่ครอบคลุมหัวข้อข้างต้น
- ตรวจรายชื่อผู้ประมวลผลช่วงต่อและที่ตั้งข้อมูล
- ระบุผู้ประมวลผลในประกาศความเป็นส่วนตัวของร้าน
- เลิกใช้ไฟล์หรือแชทที่ไม่มีการควบคุมสิทธิ์
สรุป
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือผู้ตัดสินใจ ผู้ประมวลผลคือผู้ทำตามคำสั่ง ร้านบริการเกือบทุกร้านเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้าของตัวเอง แม้จะใช้ระบบของบริษัทอื่น การรู้บทบาทช่วยให้ร้านเลือกผู้ให้บริการได้ถูก ตรวจสัญญาได้ตรงจุด และพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุ อ่านภาพรวมหน้าที่ของร้านได้ใน PDPA ร้านบริการ
ถ้าคุณกำลังเลือกระบบจองที่มี DPA ชัดเจนและเก็บข้อมูลในประเทศไทย ลองทดลองใช้ NadQ ได้
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ระบบจองของบริษัทอื่นแล้ว ร้านยังต้องรับผิดชอบข้อมูลลูกค้าไหม
ยังต้องรับผิดชอบ เพราะร้านเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลอะไรและใช้ทำอะไร ร้านจึงเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนผู้ให้บริการระบบทำหน้าที่ประมวลผลตามคำสั่งของร้าน
DPA คืออะไร
DPA คือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล กำหนดขอบเขตการใช้ข้อมูล มาตรการความปลอดภัย การแจ้งเหตุ และการลบข้อมูลเมื่อเลิกใช้บริการ


