- หน้าแรก
- บทความ
- กฎหมาย PDPA และภาษี
- ขอความยินยอม PDPA ตอนรับจองออนไลน์ ทำอย่างไรให้ถูก
ขอความยินยอม PDPA ตอนรับจองออนไลน์ ทำอย่างไรให้ถูก
ความยินยอม PDPA ในหน้าจองออนไลน์ ต้องขอเมื่อไร เขียนข้อความแบบไหน แยกการตลาดและข้อมูลสุขภาพอย่างไร และเก็บหลักฐานอะไร พร้อมตัวอย่างข้อความใช้ได้จริง

สารบัญ 9
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดตรวจสอบแนวปฏิบัติล่าสุดที่ สคส. หรือปรึกษานักกฎหมายสำหรับกรณีของร้าน
เมื่อร้านเปิดจองออนไลน์ ลูกค้าต้องกรอกชื่อ เบอร์โทร และบางครั้งข้อมูลอื่นก่อนยืนยัน คำถามที่ตามมาคือ ร้านต้องขอความยินยอม PDPA ตรงไหน ใช้ข้อความอะไร และถ้าลูกค้าไม่กดยินยอมจะเกิดอะไรขึ้น บทความนี้อธิบายหลักการแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างข้อความและวิธีเก็บหลักฐาน เพื่อให้หน้าจองของร้านทั้งใช้ง่ายและโปร่งใส
ความยินยอม PDPA ไม่ใช่คำตอบของทุกเรื่อง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าต้องขอความยินยอมสำหรับทุกข้อมูล จริง ๆ แล้ว PDPA มีฐานทางกฎหมายหลายฐาน และความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในนั้น
- ฐานสัญญา ใช้เมื่อข้อมูลจำเป็นต่อการให้บริการที่ลูกค้าขอ เช่น ชื่อและเบอร์โทรเพื่อยืนยันนัดและเตือนก่อนถึงเวลา
- ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ใช้กับเอกสารบัญชีและภาษี
- ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้ได้บางกรณี เช่น บันทึกสถิติการไม่มาตามนัดเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยต้องชั่งน้ำหนักกับสิทธิของลูกค้า
- ฐานความยินยอม ใช้เมื่อไม่มีฐานอื่นรองรับ เช่น ส่งโปรโมชัน หรือนำรูปลูกค้าไปโพสต์
ส่วนข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ต้องใช้ ความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นเฉพาะตามกฎหมาย อ่านต่อใน ข้อมูลอ่อนไหว PDPA มาตรา 26
ข้อดีของการแยกฐานให้ถูกคือ ถ้าลูกค้าถอนความยินยอมเรื่องการตลาด ร้านยังให้บริการและเตือนนัดได้ตามปกติ เพราะการเตือนนัดไม่ได้พึ่งฐานความยินยอม
ลักษณะของความยินยอมที่ใช้ได้
หลักตาม PDPA โดยสรุป ความยินยอมที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
- ขอแยกต่างหาก ไม่ซ่อนในข้อความยาวของเงื่อนไขการใช้บริการ
- ชัดเจนว่าเพื่ออะไร บอกวัตถุประสงค์เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจ
- เป็นอิสระ ไม่บังคับเป็นเงื่อนไขของบริการที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้าเลือกเอง ไม่มีช่องที่ติ๊กไว้ล่วงหน้า
- ถอนได้ง่ายเท่ากับที่ให้ เช่น กดลิงก์หยุดรับข้อความได้ในคลิกเดียว
ตัวบทฉบับเต็มของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดูได้จาก ราชกิจจานุเบกษา
ออกแบบหน้าจองให้แยกเรื่องชัด
หน้าจองที่ดีควรแบ่งข้อความเป็นชั้น ๆ ตามวัตถุประสงค์
| ส่วนในหน้าจอง | จุดประสงค์ | ต้องติ๊กก่อนจองไหม |
|---|---|---|
| ลิงก์ประกาศความเป็นส่วนตัวของร้าน | แจ้งให้รู้ว่าเก็บอะไร ใช้อย่างไร | ไม่ต้องติ๊ก แต่ต้องเห็นก่อนยืนยัน |
| รับทราบการใช้ข้อมูลเพื่อจัดการนัด | ยืนยันนัด เตือนนัด | ขึ้นกับการออกแบบของระบบ |
| ยินยอมข้อมูลสุขภาพ | บริการที่ต้องรู้ประวัติแพ้ยาหรือโรคประจำตัว | ติ๊กแยก เฉพาะบริการที่ต้องใช้ |
| ยินยอมรับข่าวสาร | โปรโมชัน ชวนกลับมาใช้บริการ | ไม่บังคับ |
ตัวอย่างข้อความที่ปรับใช้ได้
- ข้อมูลสุขภาพ: "ยินยอมให้ร้านเก็บข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นต่อการให้บริการครั้งนี้ (ข้อมูลอ่อนไหว) เช่น ประวัติแพ้ยา เพื่อความปลอดภัยของคุณ"
- ข่าวสาร: "ต้องการรับข่าวสาร โปรโมชัน และการชวนกลับมาใช้บริการจากร้านทาง LINE (ยกเลิกได้ทุกเมื่อ)"
หลีกเลี่ยงคำกว้างเกินไป เช่น "ยินยอมให้ใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจทุกประการ" เพราะลูกค้าไม่รู้ว่ากำลังยินยอมอะไร
เก็บหลักฐานความยินยอมอะไรบ้าง
ถ้าวันหนึ่งมีข้อสงสัยว่าลูกค้าให้ความยินยอมจริงไหม ร้านควรพิสูจน์ได้ ข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่
- ลูกค้าคนไหน ให้ความยินยอมเรื่องอะไร
- วันเวลาที่ให้
- ช่องทาง เช่น หน้าจองออนไลน์ หรือพนักงานบันทึกแทนตอนรับโทรศัพท์
- ฉบับของประกาศความเป็นส่วนตัวที่ลูกค้าเห็นตอนนั้น
- การถอนความยินยอม และวันเวลาที่ถอน
การเก็บฉบับของประกาศสำคัญ เพราะร้านอาจแก้ไขประกาศในอนาคต ร้านต้องรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนยินยอมภายใต้ข้อความใด
กรณีรับจองทางโทรศัพท์
ลูกค้าหลายคนยังโทรมาจอง พนักงานจึงเป็นผู้กรอกข้อมูลแทน ขั้นตอนที่แนะนำคือ
- บอกลูกค้าสั้น ๆ ว่าร้านจะเก็บชื่อและเบอร์เพื่อยืนยันและเตือนนัด
- ถ้าบริการต้องใช้ข้อมูลสุขภาพ ถามความยินยอมและบันทึกว่าลูกค้ายินยอมแล้ว
- ส่งลิงก์ประกาศความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าทาง LINE หรือ SMS เมื่อสะดวก
ใน NadQ เมื่อพนักงานจองแทนลูกค้า ระบบบันทึกความยินยอมตามฉบับของประกาศความเป็นส่วนตัวที่ใช้อยู่ และถ้าแบบฟอร์มมีข้อมูลสุขภาพ พนักงานต้องยืนยันว่าลูกค้ายินยอมแล้วจึงจะบันทึกได้ ดูขั้นตอนเต็มใน จองแทนลูกค้าที่โทรมา
ตัวอย่าง: คลินิกความงามปรับหน้าจอง
ตัวอย่าง คลินิกความงามเดิมมีข้อความเดียวท้ายฟอร์มว่า "ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด" ซึ่งรวมทั้งการจอง การเก็บประวัติแพ้ยา และการส่งโปรโมชันไว้ด้วยกัน หลังปรับ คลินิกแยกเป็น
- ข้อความรับทราบการใช้ข้อมูลเพื่อจัดการนัด พร้อมลิงก์ประกาศความเป็นส่วนตัว
- ช่องยินยอมข้อมูลสุขภาพ แสดงเฉพาะบริการหัตถการที่ต้องใช้ประวัติแพ้ยา
- ช่องรับข่าวสารแบบไม่บังคับ
ผลที่ได้คือคลินิกอธิบายได้ว่าเก็บข้อมูลแต่ละอย่างเพราะอะไร ลูกค้าที่ไม่อยากรับโปรโมชันก็ยังจองได้ และพนักงานรู้ชัดว่าข้อมูลสุขภาพใครดูได้บ้าง
NadQ ช่วยเรื่องความยินยอมอย่างไร
- หน้าจองแสดงลิงก์ประกาศความเป็นส่วนตัวของร้านก่อนยืนยัน และลูกค้าต้องยินยอมให้ใช้ชื่อและเบอร์เพื่อจัดการนัดก่อนจองได้
- บริการที่มีแบบฟอร์มข้อมูลสุขภาพ มีช่องยินยอมข้อมูลอ่อนไหวแยก ไม่รวมกับข้อความอื่น
- ระบบเก็บบันทึกความยินยอมพร้อมฉบับประกาศ วันเวลา และช่องทาง
- ข้อความชวนกลับมาใช้บริการมีลิงก์ให้ลูกค้ากดหยุดรับได้เอง และระบบบันทึกการเปลี่ยนแปลงไว้เป็นหลักฐาน
ร้านแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวของตัวเองได้ในเมนู ความเป็นส่วนตัว ของระบบหลังร้าน ส่วนวิธีที่ NadQ ในฐานะผู้ให้บริการดูแลข้อมูล อ่านได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
สรุป
ความยินยอม PDPA ที่ดีเริ่มจากการรู้ว่าเรื่องไหนต้องใช้ความยินยอม และเรื่องไหนมีฐานอื่นรองรับอยู่แล้ว แยกช่องให้ชัด เขียนภาษาที่อ่านเข้าใจ ไม่ติ๊กไว้ล่วงหน้า และเก็บหลักฐานพร้อมฉบับของประกาศ เมื่อทำครบ หน้าจองของร้านจะทั้งถูกหลักและไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกยุ่งยาก
อยากลองดูหน้าจองที่แยกความยินยอมไว้ให้แล้ว เปิดร้านทดลองใช้กับ NadQ ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ติ๊กถูกไว้ล่วงหน้าในช่องยินยอมได้ไหม
ไม่ควรทำ ความยินยอมต้องเป็นการเลือกของลูกค้าเองอย่างอิสระ ช่องที่ติ๊กไว้ให้ก่อนทำให้พิสูจน์ได้ยากว่าลูกค้าตั้งใจให้ความยินยอมจริง
ถ้าลูกค้าไม่ยินยอมรับข่าวสาร ร้านปฏิเสธการจองได้หรือไม่
ไม่ควร การส่งข่าวสารการตลาดไม่จำเป็นต่อการให้บริการ จึงไม่ควรนำมาเป็นเงื่อนไขของการจอง ลูกค้าต้องจองได้แม้ไม่รับข่าวสาร


