1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. เพิ่มรายได้และบริหารร้าน
  4. นัดครั้งถัดไปก่อนลูกค้ากลับบ้าน เพิ่มลูกค้าประจำแบบง่าย
เพิ่มรายได้และบริหารร้าน

นัดครั้งถัดไปก่อนลูกค้ากลับบ้าน เพิ่มลูกค้าประจำแบบง่าย

ชวนลูกค้านัดครั้งถัดไปตั้งแต่อยู่ที่เคาน์เตอร์ เลือกรอบนัดตามบริการ ประโยคชวนที่ไม่ยัดเยียด จองคอร์สต่อเนื่อง และวัดผล เพิ่มลูกค้าประจำโดยไม่ใช้งบโฆษณา

โดย ทีม NadQเผยแพร่ อ่าน 6 นาที
ภาพปกบทความ นัดครั้งถัดไปก่อนลูกค้ากลับบ้าน
สารบัญ 11
  1. ทำไมการนัดครั้งถัดไปที่เคาน์เตอร์ถึงได้ผล
  2. เลือกรอบนัดครั้งถัดไปให้เหมาะกับแต่ละบริการ
  3. ประโยคชวนนัดครั้งถัดไปที่ไม่ยัดเยียด
  4. ใครควรเป็นคนชวน
  5. จองคอร์สต่อเนื่องในครั้งเดียว
  6. นัดล่วงหน้านาน ต้องมีระบบกันลืม
  7. วัดผลด้วย rebooking rate
  8. ตัวอย่าง ร้านตัดผม 3 ช่าง (ประมาณการ)
  9. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากจองต่อ
  10. ทำให้การนัดครั้งถัดไปเร็วจนไม่มีเหตุผลปฏิเสธ
  11. สรุป

ลูกค้าที่เพิ่งตัดผมเสร็จ ทำเล็บเสร็จ หรือทำกายภาพเสร็จ คือคนที่พอใจกับร้านคุณมากที่สุดในวันนั้น แต่ร้านบริการจำนวนมากปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปด้วยคำว่า "ขอบคุณค่ะ แล้วเจอกันนะคะ" แล้วหวังว่าลูกค้าจะนึกถึงร้านเองเมื่อถึงรอบ การชวนลูกค้าจองนัดครั้งถัดไปก่อนออกจากร้านเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งในการเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำ ไม่ต้องใช้งบโฆษณา ไม่ต้องทำโปรโมชัน แค่ถามให้ถูกจังหวะและทำให้การจองง่ายที่สุด บทความนี้จะพาคุณตั้งแต่เลือกรอบนัดให้เหมาะกับแต่ละบริการ ประโยคที่ใช้ชวน การจองแบบคอร์สต่อเนื่อง ไปจนถึงการวัดผลว่าได้ผลจริงหรือไม่

ทำไมการนัดครั้งถัดไปที่เคาน์เตอร์ถึงได้ผล

เหตุผลหลักคือ ความตั้งใจของลูกค้าสูงที่สุดตอนที่เพิ่งได้รับบริการ ลูกค้ายังเห็นผลงานอยู่ตรงหน้า ยังคุยกับช่างคนที่ถูกใจ และอยู่ในอารมณ์ที่ตัดสินใจง่าย เมื่อกลับบ้านไปแล้ว เรื่องตัดผมครั้งหน้าจะกลายเป็นเรื่องหนึ่งในร้อยเรื่องที่ต้องจำ

ประโยชน์ที่ร้านได้มีหลายชั้น

  • รู้คิวล่วงหน้า ตารางสัปดาห์หน้าและเดือนหน้ามีคิวรองรับบางส่วนแล้ว วางแผนคนและสต็อกได้แม่นขึ้น
  • ลูกค้ากลับมาตามรอบที่เหมาะ ไม่ปล่อยให้ผมยาวเกินจนไปลองร้านอื่น หรือลืมนัดตรวจฟันไปเป็นปี
  • ได้ช่วงเวลาที่ลูกค้าชอบ ลูกค้าประจำที่จองล่วงหน้าได้ช่วงเย็นวันศุกร์ที่แย่งกันจอง จึงยิ่งมีเหตุผลที่จะจองต่อ
  • ต้นทุนต่ำ เทียบกับการหาลูกค้าใหม่ การรักษาลูกค้าที่เดินอยู่ในร้านแล้วแทบไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อควรรู้คือ การนัดครั้งถัดไปที่เคาน์เตอร์ ต่างจาก การเตือนรอบถัดไป (recall) ที่ร้านส่งข้อความไปหาลูกค้าเมื่อใกล้ถึงรอบ ทั้งสองอย่างใช้คู่กันได้ดี วิธีนี้เก็บลูกค้าที่พร้อมนัดตั้งแต่วันนี้ ส่วนลูกค้าที่ยังไม่พร้อมจะถูกดูแลด้วยระบบเตือนรอบ ซึ่งอธิบายไว้ละเอียดใน ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำด้วยระบบเตือนรอบถัดไป

เลือกรอบนัดครั้งถัดไปให้เหมาะกับแต่ละบริการ

ก่อนชวนลูกค้า ช่างและพนักงานหน้าร้านต้องรู้ว่าแต่ละบริการควรกลับมาเมื่อไร ถ้าเสนอเร็วเกินไปลูกค้าจะรู้สึกว่าร้านอยากขาย ถ้าเสนอช้าเกินไปลูกค้าอาจไปที่อื่นก่อน

ตารางนี้เป็นรอบตั้งต้นที่ใช้เป็นจุดเริ่มได้ (ค่าตัวอย่าง ร้านควรปรับตามลูกค้าและคำแนะนำของช่างหรือผู้เชี่ยวชาญ)

ธุรกิจ บริการ รอบที่เสนอ
ร้านตัดผมชาย ตัดผมชาย ประมาณ 4 สัปดาห์
ร้านตัดผมชาย ตัดแฟด / ออกแบบลาย ประมาณ 3 สัปดาห์
ร้านเสริมสวย ตัดผมหญิง ประมาณ 8 สัปดาห์
ร้านเสริมสวย ทำสีผม ประมาณ 6 สัปดาห์
ร้านทำเล็บ ทาสีเจล ประมาณ 3 สัปดาห์
สปาและนวด นวดไทย ประมาณ 4 สัปดาห์
คลินิกทันตกรรม ตรวจฟัน / ขูดหินปูน ประมาณ 6 เดือน
ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ อาบน้ำสุนัข ประมาณ 4 สัปดาห์
คลินิกกายภาพบำบัด ทำกายภาพต่อเนื่อง คอร์สรายสัปดาห์

สำหรับบริการที่รอบยาวมาก เช่น ตรวจฟันทุก 6 เดือน ลูกค้าหลายคนอาจไม่สะดวกผูกวันที่ไว้ไกลขนาดนั้น ทางเลือกคือเสนอให้จองไว้ก่อนแล้วเลื่อนได้ หรือตั้งการเตือนรอบแทน ส่วนบริการรอบสั้นอย่างตัดผมหรือทำเล็บ การจองที่เคาน์เตอร์ได้ผลดีที่สุด เพราะลูกค้ารู้ตารางชีวิตของตัวเองใน 3–4 สัปดาห์ข้างหน้าได้ค่อนข้างแน่นอน

ประโยคชวนนัดครั้งถัดไปที่ไม่ยัดเยียด

หัวใจของการชวนคือ เสนอทางเลือกที่ชัด ไม่ใช่ถามคำถามปลายเปิด คำถามว่า "จะจองครั้งหน้าไหมคะ" เปิดช่องให้ตอบว่า "ไว้ก่อนค่ะ" ได้ง่าย ขณะที่การเสนอวันเวลาที่เจาะจงช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ในไม่กี่วินาที

ตัวอย่างประโยคที่ปรับใช้ได้

  • ร้านตัดผม "ทรงนี้จะสวยอยู่ราว 4 สัปดาห์ครับ วันเสาร์ที่ 6 เวลาเดิม 5 โมงเย็น ช่างคนเดิมว่างอยู่ จองไว้เลยไหมครับ เลื่อนได้ถ้าติดธุระ"
  • ร้านทำเล็บ "สีเจลจะเริ่มมีขอบประมาณ 3 สัปดาห์ค่ะ ถ้าเป็นวันพุธที่ 24 ช่วงบ่ายสะดวกไหมคะ"
  • คลินิกกายภาพ "โปรแกรมนี้ได้ผลดีถ้ามาต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ขอจองวันอังคารเวลานี้ไว้ 4 ครั้งเลยนะคะ ถ้าวันไหนไม่สะดวกเลื่อนผ่านลิงก์ได้"
  • ร้านอาบน้ำสุนัข "น้องจะเริ่มมีกลิ่นประมาณ 4 สัปดาห์ครับ วันอาทิตย์เช้าเหมือนวันนี้ได้ไหมครับ"

สิ่งที่ประโยคเหล่านี้มีเหมือนกัน

  1. บอกเหตุผลจากมุมของลูกค้า ทรงผมจะเริ่มเสีย สีเล็บจะมีขอบ ไม่ใช่เพราะร้านอยากได้คิว
  2. เสนอวันเวลาที่เจาะจง และถ้าได้ ช่างคนเดิม
  3. บอกว่าเลื่อนได้ ลดความรู้สึกว่ากำลังผูกมัดตัวเอง
  4. ถามครั้งเดียว ถ้าลูกค้าปฏิเสธ ให้ตอบว่า "ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้ถึงรอบร้านจะส่งข้อความไปเตือนนะคะ" แล้วจบ

ใครควรเป็นคนชวน

ร้านที่ได้ผลดีมักให้ ช่างเป็นคนเปิดเรื่อง ตอนบริการใกล้เสร็จ เพราะลูกค้าเชื่อคำแนะนำเรื่องรอบจากคนที่ลงมือทำ แล้วให้ พนักงานหน้าร้านปิดการจอง ตอนชำระเงิน ถ้าร้านเล็กที่ช่างทำทุกอย่างเอง ให้ชวนตอนส่องกระจกหรือตอนเก็บเงินก็ได้

จองคอร์สต่อเนื่องในครั้งเดียว

บางบริการไม่ได้มาเป็นครั้ง แต่มาเป็นชุด เช่น กายภาพบำบัด 10 ครั้งทุกสัปดาห์ เรียนดนตรี 8 ครั้ง เลเซอร์หน้าเป็นคอร์ส หรือเทรนส่วนตัว การนัดทีละครั้งทำให้ลูกค้าหลุดกลางคอร์สได้ง่าย และร้านต้องเสียเวลาจองซ้ำทุกสัปดาห์

วิธีที่ดีกว่าคือ จองทั้งชุดตั้งแต่ครั้งแรก เช่น ทุกวันอังคาร 18:00 จำนวน 8 ครั้ง แต่ต้องระวังสามเรื่อง

  • บางวันอาจเต็มหรือตรงกับวันหยุดร้าน ต้องตัดสินใจว่าจะข้ามวันนั้น หรือหาเวลาใกล้เคียงในวันเดียวกันแทน
  • ลูกค้าต้องเลื่อนบางครั้งได้ โดยไม่ต้องยกเลิกทั้งชุด
  • ช่างหรือผู้สอนคนเดิม ควรเป็นค่าตั้งต้น เพราะความต่อเนื่องสำคัญกับบริการแบบคอร์ส

ถ้าลูกค้าเลื่อนบ่อยจนคอร์สเสียจังหวะ มีแนวทางรับมือใน ลูกค้าเลื่อนนัดบ่อย รับมืออย่างไร

นัดล่วงหน้านาน ต้องมีระบบกันลืม

ข้อกังวลที่ได้ยินบ่อยคือ นัดที่จองไว้ 4–8 สัปดาห์ล่วงหน้า ลูกค้าจะลืมหรือไม่มาหรือเปล่า คำตอบคือมีโอกาสมากกว่านัดใกล้จริง จึงต้องมีกลไกสามอย่างเสมอ

  1. ข้อความเตือนก่อนนัด เช่น 24 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมงก่อนเวลา งานวิจัยในบริการสุขภาพ เช่น Cochrane review ของ Gurol-Urganci และคณะ (2013) พบว่าการเตือนด้วย SMS ช่วยให้คนมาตามนัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับไม่เตือน ตัวอย่างข้อความและจังหวะส่งอยู่ใน ข้อความเตือนนัดลูกค้า 24 ชม. และ 2 ชม.
  2. ลิงก์ให้ลูกค้าเลื่อนหรือยกเลิกเองได้ ลูกค้าที่ติดธุระจะเลื่อนแทนการหายไปเฉย ๆ และร้านได้คิวคืนมาขายต่อ
  3. เงื่อนไขการยกเลิกที่ชัด แจ้งตั้งแต่ตอนจองว่าเลื่อนหรือยกเลิกได้ก่อนกี่ชั่วโมง

วัดผลด้วย rebooking rate

ตัวเลขที่บอกว่าวิธีนี้ได้ผลหรือไม่คือ อัตรานัดครั้งถัดไปก่อนกลับ (rebooking rate)

สูตร: ลูกค้าที่จองนัดครั้งถัดไปก่อนออกจากร้าน ÷ ลูกค้าที่ให้บริการทั้งหมด × 100

ตัวอย่าง ร้านตัดผม 3 ช่าง (ประมาณการ)

ร้านตัดผมแห่งหนึ่งให้บริการสัปดาห์ละ 150 คิว ก่อนเริ่มชวนอย่างเป็นระบบ มีลูกค้าจองต่อเองราว 15 คน หรือ 10% หลังจากให้ช่างทุกคนใช้ประโยคชวนแบบเจาะจงวันเวลาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ สมมติว่าเพิ่มเป็น 45 คนต่อสัปดาห์ หรือ 30%

รายการ ก่อน หลัง (ประมาณการ)
คิวต่อสัปดาห์ 150 150
จองต่อก่อนกลับ 15 คน (10%) 45 คน (30%)
คิวที่จองล่วงหน้าเพิ่มต่อสัปดาห์ 0 30
ถ้าในนั้นมาจริง 90% – 27 คิว
รายได้ที่มีคิวรองรับล่วงหน้า (คิวละ 250 บาท) – ราว 6,750 บาทต่อสัปดาห์

ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าร้านได้รายได้ใหม่ทั้งหมด เพราะลูกค้าบางส่วนก็จะกลับมาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ได้แน่ ๆ คือคิวที่รู้ล่วงหน้า และลูกค้าที่มีแนวโน้มกลับมาตรงรอบมากขึ้น แทนที่จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ หรือหายไป

แยกดู rebooking rate รายช่างด้วย ถ้าช่างคนหนึ่งได้ 40% อีกคนได้ 10% ให้ลองถามว่าคนแรกพูดอย่างไร แล้วแบ่งปันกันในทีม ตัวชี้วัดนี้เป็นหนึ่งใน KPI ร้านบริการ 8 ตัวที่ควรดูทุกสัปดาห์

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากจองต่อ

  • ชวนตอนที่ลูกค้ายังไม่เห็นผลงาน เช่น ถามระหว่างสระผม ลูกค้ายังไม่รู้ว่าพอใจหรือไม่ จึงตอบว่าไว้ก่อน
  • ชวนทุกคนด้วยประโยคเดียวกันแบบท่องจำ ลูกค้ารู้สึกได้ว่าเป็นสคริปต์ขาย ควรผูกกับสิ่งที่เพิ่งทำให้ลูกค้าคนนั้น
  • เสนอเวลาที่ร้านอยากขาย ไม่ใช่เวลาที่ลูกค้าสะดวก ถ้าลูกค้ามาเย็นวันศุกร์ตลอด การเสนอบ่ายวันอังคารแทบไม่มีโอกาสสำเร็จ
  • ไม่ส่งยืนยันหลังจอง ลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานการนัดในโทรศัพท์จะลืมง่ายมาก ควรส่งข้อความยืนยันพร้อมวันเวลาและลิงก์เลื่อนนัดทันที
  • ลงโทษการเลื่อนนัดล่วงหน้า ถ้าลูกค้าต้องเสียค่าปรับเพียงเพราะเลื่อนนัดที่จองไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ครั้งหน้าเขาจะไม่ยอมจองล่วงหน้าอีก

ทำให้การนัดครั้งถัดไปเร็วจนไม่มีเหตุผลปฏิเสธ

ถ้าการจองต่อใช้เวลานาน เช่น พนักงานต้องเปิดสมุดหาช่องว่าง ถามชื่อ เบอร์ใหม่ ลูกค้าที่รีบจะปฏิเสธทันที ขั้นตอนที่ดีควรใช้เวลาไม่เกินหนึ่งนาที

ใน NadQ พนักงานกดปุ่มนัดครั้งถัดไปจากคิวที่เพิ่งเสร็จได้เลย ระบบจะเสนอวันตามรอบที่ตั้งไว้ของบริการนั้น หรือถ้ายังไม่ได้ตั้งรอบ ก็เสนอวันเดียวกันของสัปดาห์ถัดไป พร้อมเลือกช่างคนเดิมให้ สำหรับบริการแบบคอร์ส จองเป็นชุด เช่น ทุกสัปดาห์ 8 ครั้ง ได้ในครั้งเดียว โดยเลือกได้ว่าถ้าบางวันเต็มจะข้ามวันนั้นหรือหาเวลาใกล้ที่สุดในวันเดียวกันแทน ทุกนัดมีลิงก์ให้ลูกค้าเลื่อนหรือยกเลิกเอง และส่งข้อความเตือนก่อนถึงวันนัดตามที่ร้านตั้งไว้ ดูแพ็กเกจที่มีการเตือนนัดได้ที่ หน้าราคา หรือดูค่าตั้งต้นของธุรกิจอย่าง ร้านตัดผม และ คลินิกกายภาพบำบัด

สรุป

การชวนลูกค้านัดครั้งถัดไปก่อนออกจากร้านเป็นวิธีเพิ่มลูกค้าประจำที่ต้นทุนต่ำที่สุด ทำได้ทันทีด้วยสี่อย่าง คือ รู้รอบที่เหมาะของแต่ละบริการ ใช้ประโยคที่บอกเหตุผลจากมุมลูกค้าและเสนอวันเวลาเจาะจง ทำให้การจองเสร็จในหนึ่งนาที และมีระบบเตือนพร้อมลิงก์เลื่อนนัดกันลืม จากนั้นวัดผลด้วย rebooking rate รายสัปดาห์และรายช่าง ส่วนลูกค้าที่ยังไม่พร้อมจอง ให้ระบบเตือนรอบถัดไปดูแลต่อ

ถ้าอยากให้การจองนัดครั้งถัดไปที่เคาน์เตอร์ของร้านคุณเร็วขึ้น NadQ มีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ควรชวนลูกค้านัดครั้งถัดไปตอนไหน

ช่วงที่ดีที่สุดคือตอนที่บริการเพิ่งเสร็จและลูกค้ายังพอใจกับผลงาน เช่น ตอนช่างส่องกระจกให้ดูทรงผม หรือตอนชำระเงินที่เคาน์เตอร์ ก่อนที่ลูกค้าจะหยิบโทรศัพท์และเดินออกจากร้าน

นัดล่วงหน้านานหลายสัปดาห์ ลูกค้าจะลืมหรือไม่มาหรือเปล่า

มีโอกาสลืมมากกว่านัดใกล้ จึงควรใช้คู่กับข้อความเตือนก่อนนัด เช่น 24 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมง และเปิดให้ลูกค้ากดเลื่อนนัดเองได้ง่าย ๆ เพื่อให้เลื่อนแทนการหายไปเฉย ๆ

ถ้าลูกค้าไม่อยากนัดตอนนี้ ควรทำอย่างไร

ไม่ต้องกดดัน บอกลูกค้าว่าร้านจะส่งข้อความเตือนเมื่อใกล้ถึงรอบ แล้วตั้งการเตือนรอบถัดไปไว้ในระบบ ลูกค้าจะได้รับลิงก์กดจองเองเมื่อพร้อม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด ›
เพิ่มรายได้และบริหารร้าน

KPI ร้านบริการ 8 ตัวที่เจ้าของร้านควรดูทุกสัปดาห์

KPI ร้านบริการ 8 ตัวที่ควรดูทุกสัปดาห์ ทั้งอัตราไม่มาตามนัด utilization รายได้ต่อชั่วโมง อัตรานัดครั้งถัดไป และเวลารอ พร้อมสูตรคำนวณและตัวอย่างตัวเลข

อ่าน 7 นาที

ลดลูกค้าไม่มาตามนัด

ข้อความเตือนนัดลูกค้า ส่งก่อน 24 ชม. และ 2 ชม. พร้อมตัวอย่าง

ตัวอย่างข้อความเตือนนัดลูกค้าพร้อมใช้ ส่งก่อน 24 ชม. และ 2 ชม. ทาง LINE, SMS และอีเมล แยกตามประเภทร้าน พร้อมหลักเขียนให้ลูกค้ากดยืนยันหรือขอเลื่อนได้ทันที

อ่าน 7 นาที

ลดลูกค้าไม่มาตามนัด

ลูกค้าเลื่อนนัดบ่อย รับมืออย่างไรไม่ให้เสียคิว

ลูกค้าเลื่อนนัดบ่อยจนคิวว่างเติมไม่ทัน แก้ได้ด้วยนโยบายเลื่อนนัดที่ชัด เวลาปิดเลื่อน จำนวนครั้ง และวิธีคุยกับลูกค้าแบบไม่เสียความสัมพันธ์ พร้อมตัวอย่าง

อ่าน 7 นาที