1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. การตลาดร้านบริการ
  4. ตั้งราคาบริการอย่างไรให้มีกำไร สูตรคิดสำหรับร้านบริการ
การตลาดร้านบริการ

ตั้งราคาบริการอย่างไรให้มีกำไร สูตรคิดสำหรับร้านบริการ

วิธีตั้งราคาบริการให้มีกำไรสำหรับร้านบริการ คิดต้นทุนต่อชั่วโมงของเก้าอี้หรือเตียง รวมต้นทุนแฝง เทียบราคาตลาด และขึ้นราคาโดยไม่เสียลูกค้า

โดย ทีม NadQเผยแพร่ อ่าน 4 นาที
ภาพปกบทความ ตั้งราคาบริการอย่างไรให้มีกำไร
สารบัญ 13
  1. ร้านบริการขาย "เวลา" ไม่ใช่แค่ฝีมือ
  2. ขั้นที่ 1: คำนวณต้นทุนคงที่ต่อชั่วโมง
  3. ขั้นที่ 2: ต้นทุนผันแปรต่อบริการ
  4. ขั้นที่ 3: สูตรตั้งราคาบริการ
  5. ตัวอย่างการคำนวณ: ซาลอน 4 เก้าอี้
  6. ขั้นที่ 4: ตรวจกับราคาตลาดและคุณค่าที่ลูกค้าเห็น
  7. ขั้นที่ 5: ราคาตามช่วงเวลาและระดับ
  8. ข้อผิดพลาดในการตั้งราคาที่พบบ่อย
  9. ทบทวนราคาทุก 6 เดือน
  10. ขึ้นราคาอย่างไรไม่ให้เสียลูกค้า
  11. แสดงราคาให้ชัดก่อนจอง
  12. ใช้ข้อมูลการจองช่วยตั้งราคา
  13. สรุป

ร้านบริการหลายร้านตั้งราคาโดยดูร้านข้าง ๆ แล้วตั้งต่ำกว่านิดหน่อย ผ่านไปหนึ่งปี ลูกค้าเยอะ ช่างเหนื่อย แต่เงินเหลือไม่มากเท่าที่คิด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขยันไม่พอ แต่อยู่ที่ราคาไม่ครอบคลุมต้นทุนจริงของ "เวลา" ซึ่งเป็นสินค้าหลักของร้านบริการ บทความนี้อธิบายวิธี ตั้งราคาบริการ แบบคิดจากต้นทุนต่อชั่วโมง ตรวจกับราคาตลาด และปรับตามช่วงเวลา พร้อมตัวอย่างตัวเลข

ร้านบริการขาย "เวลา" ไม่ใช่แค่ฝีมือ

ร้านขายของมีต้นทุนชัดต่อชิ้น แต่ร้านบริการมีต้นทุนหลักเป็นเวลา ได้แก่ เวลาของช่าง เวลาของเก้าอี้ เตียง หรือช่องล้าง ถ้าบริการหนึ่งใช้เวลา 90 นาที ช่วงนั้นร้านขายเวลาให้ลูกค้าคนอื่นไม่ได้ ราคาจึงต้องสะท้อนทั้ง ต้นทุนวัสดุ และ มูลค่าของเวลาที่ใช้

ขั้นที่ 1: คำนวณต้นทุนคงที่ต่อชั่วโมง

รวมค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน

  • ค่าเช่า ค่าส่วนกลาง
  • เงินเดือนประจำ (ไม่รวมค่าคอมมิชชัน)
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าซอฟต์แวร์ ค่าโฆษณาประจำ
  • ค่าเสื่อมอุปกรณ์ (ราคาอุปกรณ์ ÷ จำนวนเดือนที่ใช้งาน)
  • ค่าตอบแทนเจ้าของ (อย่าลืม เจ้าของก็ต้องมีเงินเดือน)

แล้วหารด้วยชั่วโมงที่ขายได้จริงต่อเดือน

ชั่วโมงขายได้ = จำนวนเก้าอี้หรือเตียง × ชั่วโมงเปิดต่อวัน × วันเปิดต่อเดือน × อัตราการใช้งานจริง

อัตราการใช้งานจริงไม่มีร้านไหนได้ 100% ให้ใช้ตัวเลขจากข้อมูลการจองของร้าน ถ้ายังไม่มี ประมาณอย่างระมัดระวัง

ขั้นที่ 2: ต้นทุนผันแปรต่อบริการ

ต้นทุนที่เกิดทุกครั้งที่ให้บริการ

  • วัสดุ เช่น สี น้ำยา ผ้า ครีม
  • ค่าคอมมิชชันช่างต่อบริการ
  • ค่าธรรมเนียมรับเงิน (ถ้ารับออนไลน์ ดู ค่าธรรมเนียมรับเงินออนไลน์)
  • ของแถมหรือเครื่องดื่มที่ให้ลูกค้า

ขั้นที่ 3: สูตรตั้งราคาบริการ

ราคาขั้นต่ำ = (ต้นทุนคงที่ต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่ใช้ รวมเวลาเตรียมและทำความสะอาด) + ต้นทุนผันแปร ราคาที่ควรตั้ง = ราคาขั้นต่ำ ÷ (1 − อัตรากำไรที่ต้องการ)

จุดที่ร้านมักลืมคือ เวลาเตรียมและทำความสะอาด บริการ 60 นาทีที่ต้องเตรียมห้องอีก 15 นาที แท้จริงใช้เวลาร้าน 75 นาที

ตัวอย่างการคำนวณ: ซาลอน 4 เก้าอี้

ตัวอย่างประมาณการ

รายการ ค่า
ต้นทุนคงที่ต่อเดือน (รวมค่าตอบแทนเจ้าของ) 120,000 บาท
เก้าอี้ × ชั่วโมงเปิด × วันเปิด 4 × 10 × 26 = 1,040 ชั่วโมง
อัตราการใช้งานจริง 60%
ชั่วโมงขายได้ 624 ชั่วโมง
ต้นทุนคงที่ต่อชั่วโมง ≈ 192 บาท

บริการทำสีผม ใช้เวลา 2 ชั่วโมง รวมเตรียมและล้าง 2.25 ชั่วโมง ต้นทุนผันแปร (สี วัสดุ ค่าคอม) 650 บาท

  • ราคาขั้นต่ำ = 192 × 2.25 + 650 ≈ 1,082 บาท
  • ถ้าต้องการกำไร 25% ราคาที่ควรตั้ง ≈ 1,082 ÷ 0.75 ≈ 1,443 บาท → ตั้ง 1,490 บาท

ถ้าร้านเคยตั้งทำสี 1,200 บาทเพราะร้านข้าง ๆ ตั้งราคานี้ จะเห็นว่ากำไรต่อบริการแทบไม่เหลือ

ขั้นที่ 4: ตรวจกับราคาตลาดและคุณค่าที่ลูกค้าเห็น

เมื่อได้ราคาจากต้นทุนแล้ว ค่อยเทียบกับตลาด

  • ถ้าราคาของคุณสูงกว่าตลาดมาก ต้องมีเหตุผลที่ลูกค้าเห็น เช่น ช่างมีประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์ดีกว่า ได้คิวตรงเวลา บรรยากาศดี หรือลดต้นทุนบางส่วน
  • ถ้าต่ำกว่าตลาดมาก อาจกำลังให้ส่วนลดโดยไม่ตั้งใจ ลองขึ้นราคาดู
  • ความสะดวกก็เป็นคุณค่า การจองออนไลน์ได้ ไม่ต้องรอ ได้ช่างคนเดิม เป็นเหตุผลที่ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่ม

ขั้นที่ 5: ราคาตามช่วงเวลาและระดับ

  • ราคาตามระดับช่าง เช่น ช่างอาวุโสแพงกว่าช่างใหม่ ลูกค้าเลือกได้ตามงบ
  • ราคาตามขนาดหรือความยาว ผมยาว ขนสัตว์ใหญ่ รถ SUV ใช้เวลามากกว่า ควรแยกราคา
  • ราคาช่วงคิวแน่นและช่วงเงียบ ช่วงที่ลูกค้าเต็มตลอด ไม่จำเป็นต้องลด ส่วนช่วงเงียบใช้โปรช่วยเติม (ดู โปรโมชันช่วงลูกค้าเงียบ)
  • ราคาเริ่มต้น + บริการเสริม แยกบริการเสริมที่ลูกค้าเลือกเพิ่มได้ ทำให้ราคาเริ่มต้นดูเข้าถึงง่าย และเพิ่มยอดต่อบิล (ดู เพิ่มยอดขายต่อบิลด้วย add-on)

ข้อผิดพลาดในการตั้งราคาที่พบบ่อย

  • ไม่นับค่าตอบแทนเจ้าของ ร้านดูมีกำไร แต่จริง ๆ คือเจ้าของทำงานฟรี
  • ใช้ชั่วโมงเปิดร้านทั้งหมดเป็นตัวหาร ทั้งที่ขายได้จริงไม่ถึงนั้น ทำให้ต้นทุนต่อชั่วโมงต่ำเกินจริง
  • ลืมเวลาที่เสียจากลูกค้าไม่มาตามนัด คิวที่หายไปคือชั่วโมงที่ขายไม่ได้ ถ้าร้านมีปัญหานี้บ่อย ควรแก้ด้วยมัดจำหรือการเตือนนัด มากกว่าขึ้นราคาชดเชย
  • ตั้งราคาครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวน ต้นทุนวัสดุและค่าแรงเปลี่ยนทุกปี

ทบทวนราคาทุก 6 เดือน

ตั้งเวลาไว้ในปฏิทิน ทุก 6 เดือนให้ดึงข้อมูลบริการขายดี อัตราการใช้งาน และต้นทุนวัสดุล่าสุด มาคำนวณตามสูตรอีกครั้ง ถ้าส่วนต่างกำไรลดลงชัดเจน ให้วางแผนปรับราคารอบถัดไป

ขึ้นราคาอย่างไรไม่ให้เสียลูกค้า

  1. แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ ผ่านป้ายในร้านและข้อความ
  2. อธิบายเหตุผลสั้น ๆ ตรงไปตรงมา เช่น ต้นทุนวัสดุและค่าแรงสูงขึ้น
  3. ให้ลูกค้าที่จองไว้แล้วได้ราคาเดิม
  4. ขึ้นทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ ดีกว่าไม่ขึ้นหลายปีแล้วขึ้นก้อนใหญ่
  5. รักษาคุณภาพ ลูกค้าจะยอมรับราคาใหม่ถ้าได้รับบริการที่ดีเหมือนเดิมหรือดีกว่า

แสดงราคาให้ชัดก่อนจอง

ความไม่ชัดเจนเรื่องราคาเป็นต้นเหตุของแชทถามจำนวนมาก และความไม่พอใจตอนจ่ายเงิน แสดงราคาเริ่มต้น ระยะเวลา และเงื่อนไขที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยนไว้บนหน้าจอง ลูกค้าจะตัดสินใจได้เอง

หน้าร้านออนไลน์ของ NadQ แสดงบริการพร้อมราคา ระยะเวลา ตัวเลือกย่อย (เช่น ความยาวผม ขนาดสัตว์) และบริการเสริม ระยะเวลาปรับตามตัวเลือก ระบบจึงคำนวณเวลาว่างได้ถูก เทมเพลตธุรกิจมีบริการและราคาตัวอย่างให้เริ่มต้น แล้วปรับตามต้นทุนของร้านได้ ดูตัวอย่างได้ที่ หน้าธุรกิจซาลอน และแพ็กเกจที่ หน้าราคา

ใช้ข้อมูลการจองช่วยตั้งราคา

ข้อมูลการจองบอกได้มากกว่าความรู้สึก เช่น บริการไหนเต็มตลอดแม้ราคาสูง (อาจขึ้นราคาได้) บริการไหนคนจองน้อยแม้ราคาต่ำ (อาจต้องปรับคุณค่าหรือการสื่อสาร) และช่วงเวลาไหนแน่นจนต้องปฏิเสธลูกค้า ลองดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนปรับราคาแต่ละครั้ง

สรุป

การตั้งราคาบริการที่มีกำไรเริ่มจากเข้าใจว่าร้านขายเวลา คำนวณต้นทุนคงที่ต่อชั่วโมงจากชั่วโมงที่ขายได้จริง บวกต้นทุนผันแปร รวมเวลาเตรียมและทำความสะอาด แล้วใส่อัตรากำไรที่ต้องการ จากนั้นค่อยเทียบกับตลาดและคุณค่าที่ลูกค้าเห็น ปรับราคาตามระดับและช่วงเวลา และขึ้นราคาอย่างโปร่งใสเมื่อต้นทุนเปลี่ยน

ลองนำบริการขายดีที่สุดสามบริการของร้านมาคำนวณตามสูตรนี้ แล้วดูว่าราคาปัจจุบันยังมีกำไรจริงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้งราคาตามร้านข้าง ๆ ไหม

ราคาตลาดเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดี แต่ไม่ควรเป็นตัวตั้ง ร้านข้าง ๆ อาจมีต้นทุนต่างกัน ให้คิดจากต้นทุนของร้านเองก่อน แล้วใช้ราคาตลาดตรวจว่ายังแข่งขันได้

ขึ้นราคาแล้วลูกค้าจะหายไหม

อาจมีบางส่วน แต่ถ้าแจ้งล่วงหน้า อธิบายเหตุผล และคุณภาพยังดี ลูกค้าส่วนใหญ่มักยอมรับ การขึ้นทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอมักง่ายกว่าขึ้นก้อนใหญ่ครั้งเดียว

บริการที่ใช้เวลาไม่แน่นอนควรตั้งราคาอย่างไร

แยกเป็นราคาเริ่มต้นตามขนาดหรือระดับ เช่น ผมสั้น ผมยาว สุนัขเล็ก สุนัขใหญ่ และระบุว่าอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในกรณีใด เพื่อไม่ให้ลูกค้าตกใจตอนจ่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด ›
การตลาดร้านบริการ

โปรโมชันช่วงลูกค้าเงียบ 8 ไอเดียเติมคิวว่างร้านบริการ

รวม 8 ไอเดียโปรโมชันช่วงลูกค้าเงียบสำหรับร้านบริการ เติมคิวว่างวันธรรมดาและช่วงบ่าย โดยไม่ทำให้ราคาปกติเสีย พร้อมวิธีคำนวณว่าลดเท่าไรยังคุ้ม

อ่าน 4 นาที

เพิ่มรายได้และบริหารร้าน

เพิ่มยอดขายต่อบิลร้านบริการ ด้วย add-on ที่ลูกค้าอยากได้

เพิ่มยอดขายต่อบิลร้านบริการด้วย add-on และบริการเสริมที่ลูกค้าอยากได้จริง เลือกรายการ ตั้งราคา เผื่อเวลาในคิว จังหวะเสนอ และวัดผลด้วยยอดขายเฉลี่ยต่อคิว

อ่าน 6 นาที

LINE OA และการรับเงิน

ค่าธรรมเนียมรับเงินออนไลน์ QR กับบัตร ร้านเล็กควรรู้อะไร

เทียบค่าธรรมเนียมรับเงินออนไลน์สำหรับร้านบริการ ทั้งโอนพร้อมเพย์ QR ผ่านผู้ให้บริการ และบัตรเครดิต พร้อมสูตรคิดต้นทุนจริงต่อเดือนและค่าแฝงที่มักถูกมองข้าม

อ่าน 4 นาที