- หน้าแรก
- บทความ
- วิธีใช้ NadQ
- อ่าน capacity dashboard และ simulator รู้ว่าวันนี้รับได้กี่เคส
อ่าน capacity dashboard และ simulator รู้ว่าวันนี้รับได้กี่เคส
วิธีอ่าน capacity dashboard ของ NadQ รับได้กี่เคส จองแล้วเท่าไร เวลาว่างกี่นาที ใครเป็นคอขวด และใช้ simulator ลองเพิ่มพนักงานหรือขยายเวลาก่อนตัดสินใจจริง

สารบัญ 11
"พรุ่งนี้ยังรับได้อีกกี่คน" "ควรจ้างช่างเพิ่มไหม" "เปิดถึงสามทุ่มคุ้มหรือเปล่า" คำถามเหล่านี้เจ้าของร้านมักตอบด้วยความรู้สึก capacity dashboard ของ NadQ เปลี่ยนความรู้สึกเป็นตัวเลข โดยคำนวณจากเวลาทำการ กะพนักงาน ทรัพยากร และระยะเวลาบริการจริงของร้าน บทความนี้อธิบายวิธีอ่านแต่ละตัวเลข และใช้ simulator ลองปรับก่อนลงมือจริง
capacity dashboard อยู่ตรงไหน
เปิดเมนู รายงาน ในระบบหลังร้าน มี 5 แท็บ
| แท็บ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| ภาพรวม | ยอดจอง รายได้ อัตรายกเลิก อัตราไม่มาตามนัด ช่วงพีค |
| ความจุ | รับได้กี่เคส จองแล้วเท่าไร ว่างเท่าไร |
| จำลอง | ลองเพิ่มพนักงานหรือขยายเวลา |
| ระยะเวลาจริง | เทียบเวลาที่ตั้งกับเวลาทำจริง |
| ติดตามลูกค้า | ผลการชวนลูกค้ากลับมาใช้บริการ |
บทความนี้เน้นแท็บ ความจุ และ จำลอง ส่วนแท็บอื่นดูใน รายงานและการส่งออก
ตัวเลขใน capacity dashboard แปลว่าอะไร
| ตัวเลข | ความหมาย |
|---|---|
| รับได้ (เคส) | จำนวนเคสที่ร้านรับได้ในวันนั้น หลังคูณอัตราการใช้งานเป้าหมาย |
| จองแล้ว | เคสที่มีคนจองแล้ว |
| ว่าง | เคสที่ยังรับได้ |
| เวลาว่าง (นาที) | เวลาที่ยังไม่มีงาน รวมทุกคน |
| การใช้กำลังการผลิต | สัดส่วนเวลาที่ถูกจองเทียบกับเวลาที่มี |
มุมมอง รายวัน ช่วยดูทั้งเดือนว่าวันไหนแน่น วันไหนโล่ง ส่วนมุมมอง ตามพนักงาน และ ตามทรัพยากร (ห้อง/เตียง/อุปกรณ์) บอกว่าใครหรืออะไรถูกใช้มากที่สุด แถบสีเข้มคือเวลาที่จองแล้ว สีอ่อนคือเวลาที่ยังว่าง
ระบบคำนวณอย่างไร
หลักการจากสเปกของ NadQ
- เวลาที่มี = กะของพนักงานแต่ละคน ลบเวลาพักและช่วงที่ปิดกั้น แล้วรวมกัน
- ต้นทุนเวลาต่อเคส = เวลาเผื่อก่อน + ระยะเวลาบริการ + เวลาเผื่อหลัง
- รับได้ตามทฤษฎี = เวลาที่มี ÷ ต้นทุนเวลาต่อเคส
- รับได้ตามแผน = รับได้ตามทฤษฎี × อัตราการใช้งานเป้าหมาย (ค่าเริ่มต้น 0.85)
- หักสัดส่วนที่กันไว้ให้ walk-in ออก ได้จำนวนที่เปิดจองออนไลน์
ถ้าร้านมีหลายบริการ ระบบใช้สัดส่วนบริการจากข้อมูลย้อนหลังในการคำนวณ ส่วนคลาสกลุ่มนับแยกเป็นจำนวนรอบและจำนวนที่นั่ง
ตัวอย่างตัวเลข: ร้านตัดผม 2 ช่าง
ตัวอย่าง (จากสเปกการคำนวณ) ช่าง 2 คน เปิด 10:00–20:00 พัก 60 นาที
- เวลาที่มี: 540 นาทีต่อคน × 2 = 1,080 นาที
- ตัดผมชาย 30 + 5 นาที = 35 นาทีต่อเคส
- รับได้ตามทฤษฎี: 1,080 ÷ 35 ≈ 30 เคส
- × 0.85 = ประมาณ 25 เคสต่อวัน
- กันให้ walk-in 20% เปิดจองออนไลน์ 20 เคส
ถ้า dashboard บอกว่าจองแล้ว 17 เคส หมายความว่ายังรับได้อีกประมาณ 8 เคส และพนักงานต้อนรับรู้ว่าควรรับ walk-in ได้อีกเท่าไรก่อนเต็ม
หาคอขวดให้เจอ
ความจุของร้านถูกจำกัดด้วยสิ่งที่น้อยที่สุด ถ้าช่างมี 3 คนแต่อ่างสระผมมี 2 อ่าง งานสระจะติดที่อ่าง ไม่ใช่ที่ช่าง ดูมุมมองตามทรัพยากร ถ้าทรัพยากรใดใช้เกือบเต็มตลอดขณะที่พนักงานยังว่าง นั่นคือคอขวด การจ้างคนเพิ่มจะไม่ช่วย แต่การเพิ่มอุปกรณ์อาจช่วยได้มากกว่า
ใช้ simulator ก่อนตัดสินใจ
แท็บ จำลอง ให้คุณลองปรับกำลังคนหรือเวลาเปิด–ปิด เพื่อดูว่ารับลูกค้าเพิ่มได้กี่เคส โดยยังไม่บันทึกจริง
- เลือกสาขาและ วันที่จำลอง
- ปรับ เพิ่มพนักงาน (คน)
- ปรับ ขยายเวลาปิดร้าน เป็นนาที
- ปรับ เป้าการใช้กำลังการผลิต ถ้าต้องการ
- กด จำลอง
ผลลัพธ์แสดงตัวเลข ปัจจุบัน เทียบกับ หลังปรับ เช่น รับได้ จองแล้ว ว่าง การใช้งาน และเวลาว่าง พร้อมข้อความสรุปอย่าง "รับเพิ่มได้ +12 เคส" หรือ "เวลาให้บริการเพิ่ม 120 นาที" และบอกว่าอะไรเป็นคอขวด
ตัวอย่างการใช้ simulator
ตัวอย่าง (ประมาณการ) สปา 3 ห้อง นักบำบัด 3 คน วันเสาร์เต็มตั้งแต่เที่ยง เจ้าของลองจำลอง
- เพิ่มนักบำบัด 1 คน: ผลแทบไม่เปลี่ยน เพราะห้องนวดมีแค่ 3 ห้อง คอขวดคือห้อง
- ขยายเวลาปิด 60 นาที: รับเพิ่มได้ประมาณ 2–3 เคส ตามระยะเวลานวดและเวลาเผื่อ
ข้อสรุปคือ ขยายเวลาวันเสาร์คุ้มกว่าจ้างคนเพิ่ม จนกว่าจะมีห้องเพิ่ม ดูตัวอย่างการตั้งค่าสปาที่ หน้าธุรกิจสปา
ใช้ตัวเลขในงานประจำวัน
ตัวเลขความจุมีประโยชน์ที่สุดเมื่อทุกคนในร้านดูเป็นกิจวัตร ไม่ใช่เปิดดูเดือนละครั้ง ตัวอย่างการใช้ที่ได้ผล
- ตอนเช้า พนักงานต้อนรับดูว่าวันนี้ยังว่างกี่เคส ถ้าว่างมาก ลองโพสต์ใน LINE OA ว่ายังมีช่องว่างช่วงบ่าย
- ก่อนรับ walk-in ช่วงบ่าย ดูเวลาว่างที่เหลือ จะได้บอกลูกค้าตามจริงว่ารอประมาณเท่าไร หรือแนะนำให้จองวันอื่น
- ทุกสัปดาห์ เจ้าของร้านดูมุมมองรายวันทั้งเดือน วันที่โล่งติดกันหลายสัปดาห์อาจเหมาะกับการทำโปรโมชันหรือให้พนักงานสลับวันหยุด
- ก่อนจัดตารางกะเดือนหน้า ใช้ simulator ทดลองว่าถ้าลดคนในวันที่โล่ง ความจุยังพอกับยอดจองหรือไม่
เมื่อทุกคนดูตัวเลขชุดเดียวกัน การตัดสินใจเรื่องรับลูกค้าเพิ่มหรือปฏิเสธอย่างสุภาพจะง่ายขึ้นมาก
ปรับค่าเพื่อให้ตัวเลขตรงความจริง
- ระยะเวลาบริการ ใช้แท็บระยะเวลาจริงตรวจ แล้วปรับตามคู่มือ ตั้งบริการและเวลาเผื่อ
- กะพนักงาน ตั้งให้ตรงวันลาและวันหยุด
- อัตราการใช้งานเป้าหมาย และ สัดส่วน walk-in ปรับในแท็บกฎการจอง ดู ตั้งเวลาทำการและวันหยุด
- ถ้าข้อมูลน้อยกว่า 30 วัน ตัวเลขบางอย่างที่อิงข้อมูลย้อนหลังจะยังไม่นิ่ง
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวเลขความจุตั้งอยู่บนการตั้งค่า ถ้าระยะเวลาบริการหรือกะพนักงานไม่ตรงความจริง ตัวเลขก็คลาดเคลื่อนตาม และ simulator จำลองเฉพาะกำลังคนกับเวลาเปิด–ปิด ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีลูกค้าเพิ่มจริงหรือไม่ ควรใช้ร่วมกับรายงานยอดจองย้อนหลังในแท็บภาพรวม
สรุป
capacity dashboard บอกว่าวันนี้รับได้อีกกี่เคส ใครหรืออะไรเป็นคอขวด และ simulator ช่วยทดสอบการตัดสินใจเรื่องคนและเวลาก่อนลงทุนจริง ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการจากการตั้งค่าและข้อมูลของร้าน ยิ่งตั้งค่าตรงความจริง ตัวเลขยิ่งใช้วางแผนได้ดี ดูแพ็กเกจที่มีรายงาน capacity ได้ที่ หน้าราคา
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมตัวเลขรับได้ต่ำกว่าที่คิด
ระบบคูณด้วยอัตราการใช้งานเป้าหมาย เช่น 0.85 เพื่อเผื่อคนมาสายและงานเกินเวลา และหักสัดส่วนที่กันไว้ให้ walk-in ออกจากจำนวนที่เปิดจองออนไลน์ ปรับค่าเหล่านี้ได้ในกฎการจอง
การจำลองใน simulator เปลี่ยนการตั้งค่าร้านจริงไหม
ไม่เปลี่ยน simulator ใช้ทดลองเท่านั้น ผลที่เห็นยังไม่ถูกบันทึกจริง ถ้าต้องการใช้ต้องไปแก้เวลาทำการหรือพนักงานเอง
capacity dashboard ใช้ได้กับแพ็กเกจไหน
รายงาน capacity และ simulator อยู่ในแพ็กเกจ Pro ขึ้นไป ร้านใหม่ทดลองใช้ฟีเจอร์ Pro ฟรี 14 วัน


