1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. บริหารคิวและเวลา
  4. ตั้งช่วงเวลาจองคิว 15 หรือ 30 นาที แบบไหนเหมาะกับร้าน
บริหารคิวและเวลา

ตั้งช่วงเวลาจองคิว 15 หรือ 30 นาที แบบไหนเหมาะกับร้าน

ตั้งช่วงเวลาจองคิวทุก 10, 15 หรือ 30 นาทีให้ลงตัวกับเวลาบริการ ไม่เกิดช่องว่างที่ขายไม่ได้ พร้อมตัวอย่างคำนวณ ตารางแนะนำตามประเภทร้าน และเช็กลิสต์

โดย ทีม NadQเผยแพร่ อ่าน 7 นาที
ภาพปกบทความ ตั้งช่วงเวลาจองคิว
สารบัญ 12
  1. ช่วงเวลาจองคิวคืออะไร ต่างจากเวลาบริการอย่างไร
  2. ตั้งช่วงเวลาจองคิวไม่ลงตัว เสียคิวไปเท่าไร
  3. ตัวอย่างที่สอง: ร้านตัดผมชายทั้งวัน
  4. เศษเวลาว่างใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
  5. ช่วงเวลาจองสั้นเกินไปก็มีปัญหา
  6. ตารางแนะนำช่วงเวลาจองตามประเภทร้าน
  7. เมื่อบริการยาวต่างกันมาก ใช้รอบเวลาคงที่
  8. คลาสกลุ่มไม่ต้องใช้ช่วงเวลาจอง
  9. ขั้นตอนเลือกช่วงเวลาจองให้ร้านคุณ
  10. คำนวณผลกระทบก่อนเปลี่ยน
  11. ข้อควรระวังอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับช่วงเวลาจอง
  12. สรุป

เมื่อเปิดระบบจองออนไลน์ครั้งแรก หนึ่งในคำถามที่เจ้าของร้านต้องตอบคือ "จะให้ลูกค้าเลือกเวลาเริ่มทุกกี่นาที" หลายร้านเลือก 30 นาทีเพราะดูเรียบร้อย บางร้านเลือก 15 นาทีเพราะคิดว่ายืดหยุ่นกว่า แต่การ ตั้งช่วงเวลาจองคิว ที่ไม่ลงตัวกับเวลาบริการจริง อาจทำให้ช่างมีช่องว่างวันละหลายสิบนาทีที่ไม่มีใครจองได้ หรือทำให้ตารางแตกเป็นเศษเวลาเล็ก ๆ จนลูกค้าหาเวลาที่ต้องการไม่เจอ

บทความนี้อธิบายว่าช่วงเวลาจองส่งผลกับจำนวนคิวอย่างไร พร้อมตัวอย่างคำนวณที่เห็นความต่างชัด ๆ ตารางแนะนำตามประเภทร้าน และวิธีทดสอบว่าค่าที่คุณตั้งไว้เหมาะแล้วหรือยัง

ช่วงเวลาจองคิวคืออะไร ต่างจากเวลาบริการอย่างไร

มีตัวเลขสามตัวที่มักถูกใช้ปนกัน

  • เวลาบริการ คือเวลาที่ใช้ทำงานหนึ่งคิว เช่น ตัดผมหญิง 45 นาที
  • buffer คือเวลาเผื่อก่อนหรือหลังคิวสำหรับทำความสะอาดและเตรียมงาน เช่น 5–10 นาที อ่านละเอียดได้ที่ Buffer time ระหว่างคิว ควรเผื่อกี่นาที
  • ช่วงเวลาจอง (slot interval) คือระยะห่างของเวลาเริ่มที่เปิดให้ลูกค้าเลือก เช่น ทุก 15 นาที ลูกค้าจะเห็น 10:00, 10:15, 10:30, 10:45

ระบบจองคิวส่วนใหญ่ทำงานคล้ายกัน คือไล่เวลาจากเวลาเปิดร้านทีละช่วงเวลาจอง แล้วตรวจว่าตั้งแต่เวลานั้นไปจนจบบริการรวม buffer ว่างหรือไม่ ถ้าว่างก็แสดงเป็นเวลาที่จองได้ ดังนั้นช่วงเวลาจองไม่ได้เปลี่ยนความยาวบริการ แต่เปลี่ยนว่า "คิวถัดไปเริ่มได้เร็วแค่ไหน"

ใน NadQ คุณตั้งช่วงเวลาจองได้ 5, 10, 15 หรือ 30 นาทีต่อสาขา และ template แต่ละประเภทธุรกิจมีค่าเริ่มต้นต่างกัน เช่น คลินิกเริ่มที่ 15 นาที ส่วนสปาและร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เริ่มที่ 30 นาที ค่าเริ่มต้นเหล่านี้ควรตรวจอีกครั้งให้ลงตัวกับเวลาบริการจริงของร้านคุณ

ตั้งช่วงเวลาจองคิวไม่ลงตัว เสียคิวไปเท่าไร

ปัญหาหลักเกิดเมื่อ "เวลาบริการรวม buffer" หารด้วยช่วงเวลาจองไม่ลงตัว คิวถัดไปจะต้องรอไปเริ่มที่ช่องถัดไป เวลาที่เหลือระหว่างนั้นกลายเป็นเวลาว่างที่ขายไม่ได้

ตัวอย่าง ร้านทำผม สไตลิสต์หนึ่งคนมีช่วงทำงานต่อเนื่อง 10:00–15:00 (300 นาที) บริการตัดผมหญิง 45 นาที + buffer 5 นาที = 50 นาทีต่อคิว สมมติลูกค้าจองต่อกันแน่นที่สุดเท่าที่ระบบยอมให้

ช่วงเวลาจอง เวลาเริ่มที่จองได้ต่อกัน จำนวนคิว เวลาว่างที่ขายไม่ได้
30 นาที 10:00, 11:00, 12:00, 13:00, 14:00 5 คิว 10 นาทีต่อคิว รวม 50 นาที
15 นาที 10:00, 11:00, 12:00, 13:00, 14:00 5 คิว 10 นาทีต่อคิว รวม 50 นาที
10 นาที 10:00, 10:50, 11:40, 12:30, 13:20, 14:10 6 คิว 0 นาที
5 นาที 10:00, 10:50, 11:40, 12:30, 13:20, 14:10 6 คิว 0 นาที

(ตัวอย่างเพื่ออธิบาย คิวสุดท้ายที่ 14:10 จบพอดี 15:00)

สังเกตว่าการเปลี่ยนจาก 30 เป็น 15 นาทีไม่ช่วยอะไรเลยในกรณีนี้ เพราะ 50 หาร 15 ก็ยังไม่ลงตัว สิ่งที่ช่วยคือเลือกช่วงเวลาที่หาร 50 ลงตัว คือ 10 หรือ 5 นาที ได้คิวเพิ่ม 1 คิวในช่วงห้าชั่วโมง ถ้าร้านเปิดวันละสองช่วงแบบนี้และเปิด 26 วันต่อเดือน ความต่างอาจสูงถึงประมาณ 52 คิวต่อเดือนต่อสไตลิสต์ (ประมาณการกรณีคิวเต็ม)

อีกทางหนึ่งที่ไม่ต้องเปลี่ยนช่วงเวลาจองคือปรับเวลาบริการหรือ buffer ให้ลงตัว เช่น ถ้าเวลาจริงของงานนี้คือ 50–55 นาทีอยู่แล้ว การตั้งเป็น 45 + 15 = 60 นาทีกับช่วงเวลาจอง 30 นาทีก็ให้ 5 คิวเท่าเดิม แต่ได้เวลาเผื่อจริง 15 นาทีแทนที่จะเป็นเวลาว่างแฝง

ตัวอย่างที่สอง: ร้านตัดผมชายทั้งวัน

ลองดูร้านตัดผมชายที่ช่างหนึ่งคนมีเวลาทำงาน 540 นาทีต่อวัน บริการตัดผม 30 นาที + buffer 5 นาที = 35 นาที (ตัวอย่างสมมติ)

  • ถ้าช่วงเวลาจองเป็น 5 นาที คิวต่อกันได้ทุก 35 นาที ได้ 540 ÷ 35 = 15.4 ปัดลงเป็น 15 คิวตามทฤษฎี
  • ถ้าช่วงเวลาจองเป็น 15 นาที คิวถัดไปต้องรอไปเริ่มที่นาทีที่ 45 เท่ากับทุกคิวกินเวลา 45 นาที ได้ 540 ÷ 45 = 12 คิว
  • ถ้าช่วงเวลาจองเป็น 30 นาที คิวถัดไปเริ่มที่นาทีที่ 60 ได้ 540 ÷ 60 = 9 คิว

ความต่างระหว่าง 15 กับ 9 คิวต่อวันคือเพดานรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของช่างคนนั้น ในทางปฏิบัติลูกค้าไม่ได้จองต่อกันแน่นทุกคิว และลูกค้า walk-in อาจมาเติมช่องว่างบางส่วน ตัวเลขจริงจึงห่างกันน้อยกว่านี้ แต่ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าค่าที่ดูเหมือนเป็นแค่การตั้งค่าหน้าจอ ส่งผลกับจำนวนคิวได้มากเพียงใด

เศษเวลาว่างใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

ถ้าเลี่ยงเศษเวลาไม่ได้ทั้งหมด ลองวางแผนให้เศษนั้นมีงานรองรับ

  • บริการสั้น เช่น โกนหนวด 15 นาที สระไดร์ หรือตรวจติดตามอาการสั้น ๆ ช่วยเติมช่องว่าง 15–20 นาทีได้
  • ลูกค้า walk-in ร้านที่รับลูกค้าเดินเข้าสามารถใช้ช่องว่างระหว่างนัดรับคนที่รออยู่ ถ้าระบบรวมคิวนัดและคิว walk-in ไว้ในที่เดียวจะจัดได้ง่ายขึ้น ดู จัดคิว walk-in กับลูกค้านัดในคิวเดียว
  • งานหลังร้าน เช่น ตอบแชท เตรียมสต็อก หรือโพสต์ผลงาน ซึ่งควรทำอยู่แล้วแต่ไม่ควรเป็นเหตุผลในการปล่อยให้มีเศษเวลาทุกคิว

ช่วงเวลาจองสั้นเกินไปก็มีปัญหา

ถ้าอย่างนั้นตั้ง 5 นาทีไปเลยดีไหม คำตอบคือไม่จำเป็น เพราะช่วงสั้นมีข้อเสียสามข้อ

  1. ลูกค้าเลือกยาก หน้าเลือกเวลาที่มีปุ่ม 10:00, 10:05, 10:10 ไปจนถึงเย็นยาวเป็นร้อยปุ่ม ลูกค้าบนมือถือต้องเลื่อนนานและอาจเลิกจองกลางคัน
  2. ตารางแตกเป็นเศษ ถ้าลูกค้าคนหนึ่งจอง 10:00 บริการ 35 นาที และอีกคนเลือก 10:55 จะเกิดช่องว่าง 20 นาทีระหว่าง 10:35–10:55 ที่ไม่มีบริการไหนใส่ได้ ยิ่งตัวเลือกละเอียด โอกาสเกิดเศษแบบนี้ยิ่งมาก
  3. ดูไม่เป็นมืออาชีพสำหรับบางธุรกิจ เช่น สปาหรือสตูดิโอที่ลูกค้าคุ้นกับการนัดเวลาเต็มชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง

ดังนั้นหลักคือเลือก ช่วงเวลาที่ยาวที่สุดที่ยังหารเวลาบริการรวม buffer ของบริการหลักได้ลงตัว หรือเหลือเศษน้อยที่สุด

ตารางแนะนำช่วงเวลาจองตามประเภทร้าน

ค่าต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้น (สมมติฐานจากเวลาบริการที่พบบ่อย) ร้านคุณควรตรวจกับเวลาบริการจริงของตัวเองก่อน

ประเภทร้าน บริการหลักรวม buffer ช่วงเวลาจองที่เริ่มลองได้ เหตุผล
ร้านตัดผมชาย 30 + 5 = 35 นาที 5 นาที 35 หาร 15 หรือ 30 ไม่ลงตัว
ร้านทำผมหญิง 45 + 10 = 55 หรือ 45 + 15 = 60 นาที 15 นาที (ถ้ารวมได้ 60) ลงตัวกับบริการยาว 60, 120, 180
ร้านทำเล็บ 60 + 10 = 70 นาที 10 นาที 70 หาร 10 ลงตัว
สปาและนวด 60/90/120 + 15 นาที 15 นาที หรือนัดเป็นบล็อก 30 นาที ลูกค้าคุ้นเวลาเต็มหรือครึ่งชั่วโมง
คลินิกทั่วไป 12 + 3 = 15 นาที 15 นาที ลงตัวพอดี
คลินิกตรวจสุขภาพ 10 นาที 10 นาที ตรวจสั้นและต่อเนื่อง
อาบน้ำตัดขนสัตว์ 75–110 นาที รอบเวลาคงที่ เวลาต่างกันมากตามขนาดสัตว์
คลาสกลุ่ม ตามตารางรอบเรียน ไม่ใช้ช่วงเวลาจอง ใช้ตารางคลาส ทุกคนเริ่มพร้อมกัน

ดูตัวอย่างการตั้งค่าทั้งร้านตามประเภทธุรกิจได้ที่หน้าร้านทำผม สปา และคลินิก

เมื่อบริการยาวต่างกันมาก ใช้รอบเวลาคงที่

ร้านที่บริการแต่ละงานยาวไม่เท่ากันมาก เช่น ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ที่สุนัขเล็กใช้ 60 นาทีแต่สุนัขใหญ่ใช้ 180 นาที การเปิดให้จองทุก 15 นาทีมักทำให้ตารางเละ ทางที่ดีกว่าคือกำหนดรอบเวลาคงที่ เช่น 10:00, 11:30, 13:30, 15:00 แล้วให้บริการยาวกินสองรอบ วิธีนี้ลูกค้าเลือกง่าย ช่างวางแผนงานได้ และไม่มีเศษเวลา แนวทางสำหรับธุรกิจนี้โดยเฉพาะดูได้ที่ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์

คลาสกลุ่มไม่ต้องใช้ช่วงเวลาจอง

ฟิตเนส โยคะ หรือคอร์สติวที่ทุกคนเริ่มเรียนพร้อมกัน ไม่ควรเปิดให้เลือกเวลาเริ่มอิสระ แต่ควรใช้ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์ และให้ลูกค้าจองที่นั่งในรอบนั้นแทน รายละเอียดอยู่ใน จองคลาสกลุ่ม กำหนดที่นั่งและรอบเรียน

ขั้นตอนเลือกช่วงเวลาจองให้ร้านคุณ

  1. ลิสต์บริการที่ขายมากที่สุด 3–5 รายการ พร้อมเวลาบริการจริงและ buffer
  2. รวมเวลาบริการกับ buffer ของแต่ละรายการ
  3. หาช่วงเวลาที่หารลงตัวกับรายการส่วนใหญ่ ลองไล่ที่ 30, 15, 10 และ 5 นาทีตามลำดับ เลือกค่าที่ยาวที่สุดที่ยังลงตัว
  4. ถ้าไม่มีค่าไหนลงตัว ลองปรับ buffer ขึ้นเล็กน้อยให้ลงตัว เพราะ buffer ที่ยาวขึ้นยังมีประโยชน์ ดีกว่าปล่อยให้เป็นเวลาว่างแฝง
  5. ตรวจว่าเวลาเปิดร้านและเวลาพักลงตัวกับช่วงเวลาจอง เช่น ถ้าพักกลางวัน 12:50–13:50 แต่ช่วงเวลาจองเป็น 30 นาที เวลาช่วงนั้นจะใช้ไม่เต็ม
  6. เปิดใช้งาน 2–4 สัปดาห์แล้วดูตารางจริง มีเศษเวลาว่างสั้นกว่าบริการที่เล็กที่สุดกระจายอยู่มากไหม ถ้ามาก ลองเปลี่ยนช่วงเวลาจองหรือเวลาบริการ

คำนวณผลกระทบก่อนเปลี่ยน

ก่อนเปลี่ยนค่า ลองคำนวณจำนวนคิวต่อวันแบบคร่าว ๆ ทั้งค่าเดิมและค่าใหม่ โดยใช้เวลาต่อคิวที่ "ปัดขึ้นเป็นช่วงเวลาจองถัดไป" แทนเวลาบริการจริง เช่น 50 นาทีกับช่วง 30 นาทีให้นับเป็น 60 นาที วิธีคำนวณคิวต่อวันแบบเต็มอยู่ใน คำนวณจำนวนคิวต่อวัน สูตรง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างจริง

ข้อควรระวังอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับช่วงเวลาจอง

  • จองล่วงหน้าขั้นต่ำ ควรตั้งว่าต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยกี่ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีคิวเด้งเข้ามาตอนช่างกำลังจะพัก
  • จองล่วงหน้าได้สูงสุดกี่วัน ร้านที่คิวเต็มเร็วอาจเปิดให้จองล่วงหน้านานขึ้น ส่วนร้านที่ตารางพนักงานเปลี่ยนบ่อยควรเปิดสั้นลง
  • ช่วงเวลาจองไม่ได้แก้ปัญหาคิวแน่นช่วงเย็น ถ้าลูกค้าจองกระจุกเฉพาะบางช่วง ต้องแก้ด้วยการจัดกะพนักงานหรือโปรโมชันช่วงเงียบ ดู จัดการช่วงคิวแน่น (Peak hour)
  • อย่าเปลี่ยนบ่อยเกินไป ลูกค้าประจำจะสับสนถ้าเวลาที่เคยจองได้หายไป เปลี่ยนแล้วให้เวลาระบบและลูกค้าปรับตัวอย่างน้อยหนึ่งเดือน

สรุป

การตั้งช่วงเวลาจองคิวที่ดีไม่ใช่การเลือก 15 หรือ 30 นาทีตามความเคยชิน แต่คือการเลือกค่าที่ลงตัวกับเวลาบริการรวม buffer ของบริการหลัก ถ้าไม่ลงตัว ร้านจะเสียเวลาว่างแฝงทุกคิว ถ้าสั้นเกินไป ลูกค้าจะเลือกยากและตารางจะแตกเป็นเศษ ร้านที่บริการยาวต่างกันมากควรใช้รอบเวลาคงที่ ส่วนคลาสกลุ่มควรใช้ตารางรอบเรียนแทน คำนวณก่อนเปลี่ยน ทดลองใช้ 2–4 สัปดาห์ แล้วดูจากตารางจริง

ถ้าอยากลองตั้งช่วงเวลาจองและดูผลกับตารางร้านคุณ NadQ มีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มได้เลย ดูรายละเอียดแพ็กเกจได้ที่หน้าราคา

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงเวลาจองคิวกับเวลาบริการต่างกันอย่างไร

เวลาบริการคือระยะเวลาที่ใช้ทำงานหนึ่งคิว ส่วนช่วงเวลาจองคือระยะห่างของเวลาเริ่มที่ลูกค้าเลือกได้ เช่น บริการ 45 นาทีอาจเปิดให้เลือกเวลาเริ่มทุก 15 นาที ได้แก่ 10:00, 10:15, 10:30

ตั้งช่วงเวลาจองสั้น ๆ เช่น 5 นาที ดีกว่าไหม

ไม่เสมอไป ช่วงสั้นทำให้ลูกค้าเลือกเวลาได้ละเอียดและใช้เวลาช่างได้แน่นขึ้น แต่ก็ทำให้ตารางมีตัวเลือกเยอะเกินจนเลือกยาก และเกิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างนัดที่ขายไม่ได้ง่ายขึ้น ควรเลือกให้ลงตัวกับเวลาบริการรวม buffer

ร้านที่มีบริการยาวไม่เท่ากันควรตั้งช่วงเวลาจองเท่าไร

ให้ดูบริการที่ขายมากที่สุด แล้วเลือกช่วงเวลาที่หารเวลาบริการรวม buffer ของบริการเหล่านั้นลงตัวหรือเหลือเศษน้อยที่สุด ร้านส่วนใหญ่ได้คำตอบที่ 10 หรือ 15 นาที

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด ›
บริหารคิวและเวลา

Buffer time ระหว่างคิว ควรเผื่อกี่นาทีถึงไม่ล่ม

buffer time ระหว่างคิวคือเวลาเผื่อเก็บของ ทำความสะอาด และรับมือคิวที่เกินเวลา ดูวิธีตั้งให้พอดีต่อบริการ พร้อมตารางค่าแนะนำและตัวอย่างผลต่อจำนวนคิวต่อวัน

อ่าน 7 นาที

บริหารคิวและเวลา

คำนวณจำนวนคิวต่อวัน สูตรง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างจริง

วิธีคำนวณจำนวนคิวต่อวันของร้านบริการ หักเวลาพัก เผื่อ buffer และ utilization พร้อมตัวอย่างร้านตัดผม ร้านอาบน้ำแมว คลินิกเย็น และสูตรร้านที่มีหลายบริการ

อ่าน 7 นาที

บริหารคิวและเวลา

จองคลาสกลุ่ม กำหนดที่นั่งและรอบเรียนให้เต็มพอดี

วางระบบจองคลาสกลุ่มสำหรับฟิตเนส โยคะ และคอร์สติว กำหนดที่นั่งต่อรอบ คำนวณรอบเรียนและที่นั่งต่อวัน ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำ และทำให้แต่ละรอบเต็มพอดี

อ่าน 6 นาที