1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. บริหารคิวและเวลา
  4. จองคลาสกลุ่ม กำหนดที่นั่งและรอบเรียนให้เต็มพอดี
บริหารคิวและเวลา

จองคลาสกลุ่ม กำหนดที่นั่งและรอบเรียนให้เต็มพอดี

วางระบบจองคลาสกลุ่มสำหรับฟิตเนส โยคะ และคอร์สติว กำหนดที่นั่งต่อรอบ คำนวณรอบเรียนและที่นั่งต่อวัน ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำ และทำให้แต่ละรอบเต็มพอดี

โดย ทีม NadQเผยแพร่ อ่าน 6 นาที
ภาพปกบทความ จองคลาสกลุ่ม
สารบัญ 12
  1. จองคลาสกลุ่มต่างจากจองคิวรายคนอย่างไร
  2. กำหนดที่นั่งต่อรอบให้เหมาะสม
  3. ที่นั่งต่อการจอง
  4. แสดงที่นั่งเหลือหรือไม่
  5. คำนวณรอบเรียนและที่นั่งต่อวัน
  6. ตัวอย่าง: สตูดิโอโยคะ 1 ห้อง ครู 2 คน
  7. ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำและการยกเลิกรอบ
  8. ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์ รอบพิเศษ และการยกเลิกรอบ
  9. คอร์สต่อเนื่องหลายครั้ง
  10. ทำให้แต่ละรอบเต็มพอดี
  11. เช็กลิสต์ก่อนเปิดจองคลาสกลุ่ม
  12. สรุป

ธุรกิจที่สอนเป็นกลุ่ม เช่น สตูดิโอโยคะ ฟิตเนสที่มีคลาส โรงเรียนดนตรี หรือคอร์สติว มีโจทย์ต่างจากร้านที่รับลูกค้าทีละคน คุณไม่ได้ถามว่า "ช่างว่างกี่โมง" แต่ถามว่า "รอบนี้เหลือกี่ที่" และ "วันนี้ควรเปิดกี่รอบ" การรับ จองคลาสกลุ่ม ผ่านแชทหรือกระดาษมักจบที่ห้องแน่นเกินในรอบเย็น ขณะที่รอบเช้ามีคนมาสองคนจนครูเสียเวลาเปล่า

บทความนี้จะช่วยคุณวางระบบให้ครบ ตั้งแต่กำหนดที่นั่งต่อรอบ คำนวณรอบเรียนและที่นั่งต่อวัน ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำ ไปจนถึงเทคนิคทำให้แต่ละรอบเต็มพอดีโดยไม่ต้องไล่ทักลูกค้าทีละคน

จองคลาสกลุ่มต่างจากจองคิวรายคนอย่างไร

การจองรายคนใช้หลัก "1 คิว = 1 ช่วงเวลาของพนักงาน" แต่คลาสกลุ่มมีหลายคนแชร์ช่วงเวลาเดียวกัน จึงต้องนับสองแกนแยกกัน

  • รอบเรียนต่อวัน (sessions) นับจากเวลาของผู้สอนและห้อง เหมือนการคำนวณคิวทั่วไป
  • ที่นั่งต่อวัน (seats) = จำนวนรอบเรียน × จำนวนที่นั่งต่อรอบ

ความต่างนี้สำคัญเพราะเมื่อเวลาของผู้สอนหรือห้องเต็มแล้ว คุณเปิดรอบใหม่ไม่ได้ แต่ลูกค้ายังจองที่นั่งว่างในรอบที่มีอยู่ได้จนกว่าจะครบ และรอบที่มีคนจองแล้วไม่ได้กินเวลาผู้สอนเพิ่มเมื่อมีคนจองเพิ่ม ผู้สอนหนึ่งคนสอน 3 คนหรือ 15 คนก็ใช้เวลา 60 นาทีเท่ากัน

อีกข้อที่ต่างคือคลาสกลุ่มไม่ควรเปิดให้เลือกเวลาเริ่มอิสระ แต่ควรใช้ ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์ ที่ทุกคนเริ่มพร้อมกัน ถ้าร้านคุณมีทั้งคลาสกลุ่มและบริการรายคน เช่น เทรนส่วนตัว ให้แยกวิธีตั้งเวลาของสองแบบนี้ออกจากกัน รายละเอียดการตั้งเวลาของบริการรายคนอยู่ใน ตั้งช่วงเวลาจองคิว 15 หรือ 30 นาที

กำหนดที่นั่งต่อรอบให้เหมาะสม

จำนวนที่นั่งต่อรอบควรมาจากข้อจำกัดที่เข้มที่สุดในสามข้อนี้

  1. ขนาดพื้นที่ ห้องวางเสื่อได้กี่ผืนโดยไม่ชนกัน ห้องเรียนมีโต๊ะกี่ตัว
  2. จำนวนอุปกรณ์ เช่น เครื่องพิลาทิสรีฟอร์มเมอร์ จักรยานปั่น หรือเครื่องดนตรีที่ร้านเตรียมให้
  3. จำนวนคนที่ผู้สอนดูแลได้ดี ครูหนึ่งคนดูแลท่าทางหรือตอบคำถามได้ทั่วถึงกี่คน
ประเภทคลาส ตัวอย่างที่นั่งต่อรอบ ข้อจำกัดหลัก ขั้นต่ำที่พอเปิดสอน (ตัวอย่าง)
โยคะในสตูดิโอ 15 พื้นที่วางเสื่อและการดูแลท่า 3
พิลาทิสรีฟอร์มเมอร์ 4 จำนวนเครื่อง 2
คลาสฟิตเนสกลุ่ม 12 พื้นที่และอุปกรณ์ 4
คอร์สติวกลุ่มเล็ก 8 การดูแลผู้เรียนรายคน 3
ศิลปะเด็ก 6 ความปลอดภัยและความสนใจของเด็ก 3
ติวทฤษฎีขับรถ 20 ขนาดห้องเรียน 5

(ตัวเลขเป็นตัวอย่างเริ่มต้น ร้านคุณควรปรับตามสถานที่จริง) ดูตัวอย่างการตั้งค่าธุรกิจเหล่านี้ได้ที่หน้าสตูดิโอโยคะ ฟิตเนส และติวเตอร์

ที่นั่งต่อการจอง

ลูกค้าหลายคนอยากมากับเพื่อนหรือจองให้ลูก ควรเปิดให้จองหลายที่นั่งในครั้งเดียว แต่จำกัดสูงสุด เช่น 2–3 ที่ต่อการจอง ไม่เช่นนั้นคนเดียวอาจจองเหมาไปครึ่งห้อง ราคาควรคิดต่อที่นั่ง เพื่อให้ลูกค้าเห็นยอดรวมชัดตั้งแต่ก่อนยืนยัน

แสดงที่นั่งเหลือหรือไม่

การแสดงข้อความ "เหลือ 4 ที่" ช่วยกระตุ้นให้คนที่ลังเลตัดสินใจเร็วขึ้น และช่วยให้ลูกค้าเลือกรอบอื่นเองเมื่อรอบที่ต้องการเต็ม แต่บางสตูดิโอที่เพิ่งเริ่มอาจไม่อยากให้เห็นว่ารอบยังว่างมาก ระบบที่ดีควรให้คุณเลือกเปิดหรือปิดการแสดงผลนี้ต่อบริการได้

คำนวณรอบเรียนและที่นั่งต่อวัน

หลักคำนวณรอบเรียนใช้สูตรเดียวกับการคำนวณจำนวนคิวต่อวัน เพียงแต่ "คอขวด" คือผู้สอนหรือห้อง ไม่ใช่ลูกค้าแต่ละคน

เวลาต่อรอบ         = เวลาสอน + buffer (เปลี่ยนห้อง จัดอุปกรณ์ ทำความสะอาด)
รอบเรียนต่อวัน      = ปัดลง( ปัดลง(เวลาที่ใช้ได้ ÷ เวลาต่อรอบ) × utilization )  (นับที่คอขวด)
ที่นั่งต่อวัน        = รอบเรียนที่เปิดจริง × ที่นั่งต่อรอบ
ที่นั่งคงเหลือของวัน  = ที่นั่งต่อวัน − ที่นั่งที่จองแล้ว

ตัวอย่าง: สตูดิโอโยคะ 1 ห้อง ครู 2 คน

สมมติสตูดิโอมีห้องเดียว เปิด 07:00–21:00 และปิดห้องช่วงบ่ายเพื่อพักและทำความสะอาดใหญ่ 120 นาที (ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่าง)

  • เวลาที่ห้องใช้ได้ = 840 − 120 = 720 นาที
  • คลาสโยคะ 60 นาที + buffer 15 นาที = 75 นาทีต่อรอบ
  • 720 ÷ 75 = 9.6 ปัดลงเป็น 9 รอบตามทฤษฎี × 0.85 = 7.65 ปัดลงเป็น 7 รอบต่อวัน
  • ครู 2 คน สมมติสอนได้คนละไม่เกิน 4 รอบต่อวัน รวม 8 รอบ มากกว่า 7 รอบของห้อง ดังนั้น ห้องคือคอขวด
  • ที่นั่งสูงสุด = 7 × 15 = 105 ที่นั่งต่อวัน

แต่สตูดิโอไม่จำเป็นต้องเปิดครบทุกรอบที่เป็นไปได้ ควรเลือกเฉพาะช่วงที่มีคนเรียนจริง สมมติวันธรรมดาเปิด 5 รอบ คือ 07:00, 12:15, 17:30, 18:45 และรอบทดลอง 20:00 จะมีที่นั่งให้ขาย 5 × 15 = 75 ที่ต่อวัน

รอบ ที่นั่ง จองแล้ว อัตราเต็ม
07:00 15 8 53%
12:15 15 5 33%
17:30 15 15 100%
18:45 15 14 93%
20:00 (ทดลอง) 15 10 67%
รวม 75 52 69%

ถ้าค่าคลาส 350 บาทต่อที่นั่ง รายได้ที่เป็นไปได้สูงสุดคือ 75 × 350 = 26,250 บาทต่อวัน แต่ขายได้จริง 52 × 350 = 18,200 บาท (ประมาณการ) ตารางนี้บอกทันทีว่าปัญหาไม่ใช่ห้องไม่พอ แต่รอบกลางวันขายไม่ออก ขณะที่รอบเย็นเต็ม ทางแก้จึงเป็นการย้ายหรือเพิ่มรอบเย็นแทนรอบกลางวัน ไม่ใช่การขยายห้อง

ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำและการยกเลิกรอบ

คลาสที่มีผู้เรียนน้อยเกินไปทำให้ร้านขาดทุนค่าผู้สอน และบรรยากาศในห้องก็ไม่ดี ควรกำหนดสามเรื่องนี้ให้ชัด

  1. ขั้นต่ำกี่คนถึงเปิดสอน เช่น โยคะ 3 คน คอร์สติว 3 คน
  2. ตัดสินใจเมื่อไร ควรเร็วพอให้ลูกค้าวางแผนใหม่ได้ เช่น ตรวจก่อนเริ่มคลาสไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หรือตามเวลาตัดรอบของนโยบายยกเลิก แล้วแต่อย่างไหนนานกว่า
  3. ถ้าไม่ถึงขั้นต่ำจะทำอย่างไร เลือกได้ว่าจะแจ้งร้านให้ตัดสินใจเอง หรือยกเลิกอัตโนมัติพร้อมคืนเงินมัดจำและแจ้งลูกค้าทุกคน

ไม่ว่าเลือกแบบไหน ควรเขียนเงื่อนไขให้ลูกค้าเห็นก่อนชำระเงิน เช่น "คลาสจะเปิดเมื่อมีผู้เรียนอย่างน้อย 3 คน หากไม่ครบร้านจะแจ้งและคืนเงินเต็มจำนวน" ตัวอย่างการเขียนนโยบายที่ลูกค้าอ่านแล้วยอมรับได้ดูได้ที่ นโยบายยกเลิกนัด ตัวอย่างข้อความ

ใน NadQ บริการแบบกลุ่มหรือคลาสตั้งได้ทั้งที่นั่งต่อรอบ จำนวนขั้นต่ำ การยกเลิกอัตโนมัติพร้อมคืนมัดจำ จำนวนที่นั่งสูงสุดต่อการจอง และเปิดหรือปิดการแสดงที่นั่งเหลือ ปฏิทินหลังร้านแสดงแต่ละรอบเป็นบล็อกเดียว เช่น "8/15" พร้อมรายชื่อผู้เรียน และหน้า capacity นับรอบเรียนต่อวันกับที่นั่งต่อวันแยกกัน

ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์ รอบพิเศษ และการยกเลิกรอบ

ตารางรอบเรียนที่ดีควรคงที่พอให้ลูกค้าจำได้ และยืดหยุ่นพอให้ร้านปรับตามสถานการณ์

  • ตารางหลักรายสัปดาห์ เช่น จันทร์–ศุกร์ 07:00 และ 18:30 วันเสาร์–อาทิตย์ 09:00 ระบุผู้สอนและห้องของแต่ละรอบ
  • รอบพิเศษเฉพาะวัน เช่น เวิร์กช็อปวันหยุดยาว หรือรอบเสริมช่วงเปิดคอร์สใหม่ เพิ่มเป็นรายวันโดยไม่ต้องแก้ตารางหลัก
  • ยกเลิกรอบเฉพาะวัน เช่น ครูป่วยหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถ้ารอบนั้นมีคนจองแล้ว ควรคืนเงินเต็มจำนวนและแจ้งลูกค้าทุกคนทันที เพราะเป็นการยกเลิกจากฝั่งร้าน
  • ห้ามเปิดรอบซ้อนเกินจำนวนห้อง ถ้ามีห้องเดียว สองคลาสเวลาเดียวกันเกิดขึ้นไม่ได้ แม้ผู้สอนจะเป็นคนละคน

คอร์สต่อเนื่องหลายครั้ง

บางธุรกิจขายเป็นคอร์ส เช่น คอร์สติว 8 ครั้ง หรือคลาสดนตรีเด็กทุกวันเสาร์ ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่อยากจองใหม่ทุกสัปดาห์ ทางที่ใช้ได้คือกำหนดรอบประจำของคอร์สไว้ในตารางหลัก แล้วส่งข้อความเตือนก่อนเรียนแต่ละครั้ง เมื่อคอร์สใกล้จบ ให้ส่งข้อความชวนลงคอร์สถัดไปล่วงหน้า เพื่อให้ผู้เรียนเดิมได้ที่ก่อนเปิดให้คนใหม่ แนวคิดการเตือนตามรอบแบบนี้อธิบายไว้ใน ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ด้วยระบบเตือนรอบถัดไป ถ้าคุณสอนดนตรีหรือศิลปะ ดูตัวอย่างการตั้งค่าได้ที่หน้าโรงเรียนดนตรี

ทำให้แต่ละรอบเต็มพอดี

ตัวชี้วัดที่ควรดูทุกสัปดาห์คือ อัตราเต็ม (ที่นั่งที่จอง ÷ ที่นั่งที่เปิด) แยกรายรอบ แล้วใช้เทคนิคต่อไปนี้

  • ย้ายรอบที่ว่างไปช่วงที่คนต้องการ รอบที่อัตราเต็มต่ำต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ อาจเปลี่ยนเวลาหรือเปลี่ยนประเภทคลาส
  • เพิ่มรอบใกล้รอบที่เต็มบ่อย ถ้ารอบ 17:30 เต็มทุกวัน รอบ 18:45 ก็มีโอกาสเต็มตาม
  • เปิดรายชื่อรอ เมื่อรอบเต็ม ให้ลูกค้าลงชื่อรอ แล้วเสนอที่ให้อัตโนมัติเมื่อมีคนยกเลิก อ่านเพิ่มได้ใน Waitlist คืออะไร เติมคิวว่างจากคนยกเลิก
  • เตือนก่อนเรียน ส่งข้อความเตือนล่วงหน้า 24 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมงพร้อมปุ่มยืนยันหรือยกเลิก ที่นั่งที่ถูกปล่อยจะกลับไปให้คนอื่นจองได้ทัน ดูตัวอย่างข้อความใน ข้อความเตือนนัดลูกค้า
  • เก็บมัดจำสำหรับคลาสราคาสูง เช่น คลาสอุปกรณ์ที่นั่งน้อย การมัดจำช่วยลดคนจองแล้วไม่มา ดู เก็บมัดจำจองคิวอย่างไร ให้ลูกค้าไม่หนี

เช็กลิสต์ก่อนเปิดจองคลาสกลุ่ม

  • [ ] ตั้งที่นั่งต่อรอบตามข้อจำกัดที่เข้มที่สุด
  • [ ] กำหนดจำนวนขั้นต่ำ เวลาตัดสินใจ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าไม่ครบ
  • [ ] จำกัดที่นั่งสูงสุดต่อการจอง
  • [ ] ตั้งราคาต่อที่นั่งและนโยบายยกเลิกให้ลูกค้าเห็นก่อนจ่าย
  • [ ] ใส่ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์พร้อมผู้สอนและห้อง
  • [ ] ตั้งการเตือนก่อนเรียนและรายชื่อรอสำหรับรอบยอดนิยม

สรุป

การรับจองคลาสกลุ่มให้เต็มพอดีเริ่มจากการแยกสองแกน คือรอบเรียนต่อวันที่ถูกจำกัดด้วยเวลาผู้สอนหรือห้อง และที่นั่งต่อวันที่ได้จากรอบเรียนคูณที่นั่งต่อรอบ กำหนดที่นั่งตามข้อจำกัดที่เข้มที่สุด ตั้งจำนวนขั้นต่ำและกติกาการยกเลิกให้ชัดตั้งแต่ก่อนลูกค้าจ่ายเงิน ใช้ตารางรอบเรียนรายสัปดาห์ที่ปรับรอบพิเศษได้ แล้วดูอัตราเต็มรายรอบทุกสัปดาห์เพื่อย้ายรอบไปอยู่ในเวลาที่ลูกค้าต้องการจริง

ถ้าอยากลองตั้งคลาสกลุ่มพร้อมตารางรอบเรียนในร้านคุณ NadQ มีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

คลาสกลุ่มควรเปิดกี่ที่นั่งต่อรอบ

ให้ดูข้อจำกัดที่น้อยที่สุดระหว่างขนาดห้อง จำนวนอุปกรณ์ และจำนวนคนที่ผู้สอนดูแลได้อย่างปลอดภัย เช่น ห้องโยคะวางเสื่อได้ 18 ผืนแต่ครูดูแลท่าได้ทั่วถึง 15 คน ก็ควรเปิด 15 ที่

ถ้าคนจองไม่ถึงจำนวนขั้นต่ำ ควรทำอย่างไร

ตั้งจำนวนผู้เรียนขั้นต่ำและเวลาตัดสินใจให้ชัด เช่น ตรวจก่อนเริ่มคลาสอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ถ้าไม่ถึงให้แจ้งร้านหรือยกเลิกรอบพร้อมคืนเงินมัดจำให้ลูกค้าอัตโนมัติ และแจ้งเงื่อนไขนี้ให้ลูกค้าเห็นก่อนจอง

ลูกค้าจองหลายที่นั่งให้เพื่อนได้ไหม

ได้ถ้าร้านเปิดให้จองหลายที่นั่งต่อครั้ง แต่ควรจำกัดจำนวนสูงสุด เช่น 2–3 ที่ต่อการจอง เพื่อไม่ให้คนเดียวจองเหมาจนลูกค้าคนอื่นไม่มีที่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด ›
บริหารคิวและเวลา

คำนวณจำนวนคิวต่อวัน สูตรง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างจริง

วิธีคำนวณจำนวนคิวต่อวันของร้านบริการ หักเวลาพัก เผื่อ buffer และ utilization พร้อมตัวอย่างร้านตัดผม ร้านอาบน้ำแมว คลินิกเย็น และสูตรร้านที่มีหลายบริการ

อ่าน 7 นาที

ลดลูกค้าไม่มาตามนัด

Waitlist คืออะไร เติมคิวว่างจากคนยกเลิกให้เต็ม

Waitlist คืออะไร ช่วยร้านบริการเติมคิวว่างจากคนยกเลิกได้อย่างไร วิธีตั้งรายชื่อรอ ลำดับเสนอคิว เวลากันคิว ข้อความเสนอคิว และการวัดผลพร้อมตัวอย่าง

อ่าน 7 นาที

ลดลูกค้าไม่มาตามนัด

นโยบายยกเลิกนัด ตัวอย่างข้อความที่ลูกค้ายอมรับได้

ตัวอย่างนโยบายยกเลิกนัด 3 ระดับพร้อมข้อความพร้อมใช้ วิธีเลือกเส้นเวลายกเลิก การคืนมัดจำ ข้อยกเว้นเหตุสุดวิสัย และจุดที่ควรแสดงให้ลูกค้าเห็นก่อนจอง

อ่าน 8 นาที